วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง

ปัญหากวนใจจากโฆษณาบนมือถือและวิธีจัดการ

ทุกวันนี้มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้ทำงาน เล่นเกม หรือติดต่อสื่อสาร แต่สิ่งที่มากับความสะดวกเหล่านี้คือโฆษณาที่โผล่ขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว บางครั้งก็มาในรูปแบบป๊อปอัพสร้างความรำคาญ บางครั้งก็ซ่อนตัวอยู่ในแอปที่เราใช้อยู่โดยไม่รู้ตัว โชคดีที่มีวิธีกำจัดโฆษณาเหล่านี้ได้หลายวิธีตั้งแต่ง่ายไปจนถึงขั้นสูง ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักวิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงทั้งในระบบ Android และ iOS

สาเหตุที่โฆษณาโผล่ขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

ก่อนที่จะลงมือแก้ไข เราควรเข้าใจก่อนว่าโฆษณาแฝงมาจากไหน สาเหตุหลักๆ มีดังนี้ แอปพลิเคชันที่ติดตั้งจากแหล่งที่ไม่น่าไว้วางใจมักมีโฆษณาแทรกหรือมัลแวร์ที่ทำให้เกิดป๊อปอัพ การอนุญาตให้เว็บไซต์ส่งการแจ้งเตือนโดยไม่จำเป็นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง นอกจากนี้บริการของระบบปฏิบัติการเอง เช่น Samsung Customization Service ก็อาจแสดงโฆษณาที่ไม่ต้องการได้ การตั้งค่าการติดตามโฆษณาเองก็ทำให้เห็นโฆษณาที่ตรงกับความสนใจมากขึ้นด้วย ดังนั้นการปิดหรือจำกัดสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดจำนวนโฆษณาได้

วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง - 1

วิธีลบโฆษณาจากมือถือ Android

สำหรับผู้ใช้ Android มีเครื่องมือและวิธีการจัดการโฆษณาหลายระดับ ตั้งแต่การปิดการแจ้งเตือนไปจนถึงการใช้ DNS บล็อกทั้งระบบ มาดูขั้นตอนที่แนะนำกัน

การตรวจสอบและถอนการติดตั้งแอปที่น่าสงสัย

วิธีแรกที่ควรทำคือค้นหาแอปที่เพิ่งติดตั้งและเริ่มมีโฆษณาเกิดขึ้น ไปที่การตั้งค่า (Settings) เลือกแอปพลิเคชัน (Apps) และจัดเรียงตามวันที่ใช้ล่าสุด (Last Used) หรือเรียงตามวันที่ติดตั้ง ลองดูว่าแอปไหนที่คุณจำไม่ได้ว่าติดตั้งหรือไม่ใช้แล้ว โฆษณามักมากับแอปฟรีที่ดาวน์โหลดจากนอก Play Store หรือแอปที่ขอสิทธิ์การเป็นผู้ดูแลอุปกรณ์ (Device Admin) หากพบให้ถอนการติดตั้งทันที จากนั้นให้ตรวจสอบสิทธิ์การแสดงผลเหนือแอปอื่น (Display over other apps) ซึ่งอยู่ใน Settings > Special App Access > Display over other apps ปิดสิทธิ์นี้สำหรับแอปที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เพราะแอปที่ใช้โฆษณาป๊อปอัพบ่อยครั้งจะใช้สิทธิ์นี้เพื่อแสดงโฆษณาเหนือจอ

วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง - 2

การปิดการแจ้งเตือนจากเว็บไซต์และโฆษณาในเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์อย่าง Chrome หรือ Firefox มักเป็นทางผ่านของโฆษณาแบบป๊อปอัพและแบนเนอร์ วิธีแก้คือเข้าไปที่การตั้งค่าเบราว์เซอร์ > การตั้งค่าไซต์ (Site Settings) แล้วเปลี่ยนค่าดังนี้

  • ปิดสวิตช์การแจ้งเตือน (Notifications) เพื่อไม่ให้เว็บไซต์ส่งการแจ้งเตือนโฆษณา
  • ปิดป๊อปอัพและรีไดเรกต์ (Pop-ups and redirects)
  • ปิดการแสดงโฆษณา (Ads) หากมีตัวเลือก
  • บล็อกคุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อลดการติดตาม

การตั้งค่าเหล่านี้จะช่วยลดจำนวนโฆษณาที่ปรากฏขณะท่องเว็บได้มาก ข้อมูลจากฝ่ายสนับสนุนของ Google ยืนยันว่าการจัดการการตั้งค่าไซต์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ

วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง - 3

การปิดการติดตามโฆษณาส่วนบุคคล

ระบบ Android มีการสร้าง Advertising ID เพื่อให้แอปและบริการต่างๆ สามารถแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของคุณได้ ถ้าคุณไม่ต้องการให้มีความเป็นส่วนตัวน้อยลง ให้ไปที่ Settings > Privacy > Ads แล้วเปิดปุ่ม Opt out of Ads Personalization หรือกด Reset advertising ID เพื่อลบข้อมูลทั้งหมด บนมือถือ Samsung ให้เข้าไปที่ Settings > Accounts and backup > Samsung Cloud > Customization Service แล้วปิดบริการนี้ ซึ่งเป็นอีกแหล่งของโฆษณาที่แทรกในระบบ

การใช้ Private DNS เพื่อบล็อกโฆษณาทุกรูปแบบ

วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่งสำหรับ Android คือการเปลี่ยนค่า Private DNS โดยการเชื่อมต่อกับ DNS ของ AdGuard ซึ่งจะกรองโฆษณา มัลแวร์ และตัวติดตามในทุกระดับของระบบ วิธีทำคือไปที่ Settings > Connections > More connection settings > Private DNS และเลือก Private DNS provider hostname จากนั้นพิมพ์ dns.adguard.com เมื่อตั้งค่าเสร็จ คุณจะสังเกตเห็นว่าโฆษณาในแอปส่วนใหญ่และเว็บไซต์ต่างๆ หายไปทันที วิธีนี้ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มเติมและใช้ได้กับทุกเครือข่าย Wi-Fi และข้อมูลมือถือ

วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง - 4
วิธีการ ระดับความยาก ประสิทธิภาพ
ถอนการติดตั้งแอปต้องสงสัย ต่ำ ปานกลาง
ปิดการแจ้งเตือนในเบราว์เซอร์ ต่ำ สูงสำหรับเว็บไซต์
ปิดการติดตามโฆษณา ต่ำ ปานกลาง
ใช้ Private DNS ปานกลาง สูงมาก

วิธีลบโฆษณาจาก iPhone และ iPad

สำหรับผู้ใช้ iOS แม้ว่าระบบจะปิดกั้นแอปน่าสงสัยได้ดีกว่า แต่ก็ยังมีโฆษณาแทรกผ่านเบราว์เซอร์และการตั้งค่าของ Apple มาดูวิธีการจัดการกัน

การปิดโฆษณาส่วนบุคคลจาก Apple

Apple มีบริการโฆษณาใน App Store และ News ซึ่งจะใช้ข้อมูลการใช้งานของคุณเพื่อแสดงโฆษณาแบบเจาะจง คุณสามารถปิดได้โดยไปที่ Settings > Privacy & Security > Apple Advertising แล้วปิด Personalized Ads การกระทำนี้จะลดจำนวนโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของคุณ แม้แต่ในแอปของ Apple เอง

วิธีลบโฆษณาออกจากมือถือแบบง่ายๆ ใช้ได้จริง - 5

การติดตั้ง Content Blocker และเบราว์เซอร์ที่ปลอดโฆษณา

วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดบน iOS คือการใช้ Content Blocker ที่สามารถกรองโฆษณาใน Safari ได้ มีแอปฟรีและเสียเงินหลายตัว เช่น AdGuard, 1Blocker หรือ Wipr นอกจากนี้คุณยังสามารถเปลี่ยนมาใช้เบราว์เซอร์ที่มีฟังก์ชันบล็อกโฆษณาในตัว เช่น Brave หรือ Firefox Focus เบราว์เซอร์เหล่านี้จะกรองโฆษณาและตัวติดตามโดยอัตโนมัติ ทำให้ประสบการณ์การท่องเว็บสะอาดขึ้นมาก จากข้อมูลใน YouTube Tutorial การใช้ AdGuard บน iPhone สามารถกำจัดโฆษณาในเกมและแอปฟรีบางตัวได้ด้วย

การตรวจสอบสิทธิ์ของแอปและการแจ้งเตือน

เช่นเดียวกับ Android การปล่อยให้แอปมีการแจ้งเตือนมากเกินไปอาจทำให้เห็นโฆษณาได้ ไปที่ Settings > Notifications และปิดการแจ้งเตือนสำหรับแอปที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะแอปที่คุณไม่รู้จัก นอกจากนี้ควรตรวจสอบการตั้งค่า Safari ไปที่ Settings > Safari > Block Pop-ups และเปิดใช้งาน รวมถึงปิดการใช้งาน JavaScript ในบางกรณีเพื่อลดโฆษณาที่ซับซ้อน แต่ควรระวังเพราะอาจทำให้เว็บบางแห่งแสดงผลไม่ถูกต้อง

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อลดโฆษณาทั้งบน Android และ iOS

นอกเหนือจากวิธีเฉพาะระบบแล้ว ยังมีแนวทางทั่วไปที่ช่วยลดโฆษณาได้แก่ การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพราะผู้ผลิตมักแก้ไขช่องโหว่ที่ทำให้เกิดโฆษณาแทรก การหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ไม่เป็นทางการ และการล้างข้อมูลแคชของแอปเป็นประจำ นอกจากนี้การติดตั้งแอปป้องกันไวรัสจากผู้พัฒนาเชื่อถือได้เช่น Bitdefender ก็ช่วยตรวจจับแอปที่แฝงโฆษณาได้ สำหรับผู้ที่ต้องการบล็อกโฆษณาแบบเจาะลึกสามารถติดตั้ง AdGuard ซึ่งเป็นแอปที่สามารถบล็อกโฆษณาในแอปอื่นๆ ได้ทั้งสองระบบ

และอย่าลืมว่าการใช้ Private DNS หรือ Content Blocker อาจทำให้บางเว็บไซต์ที่พึ่งพาโฆษณาทำงานผิดปกติได้ แต่ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความรำคาญ

สรุปและคำแนะนำ

การลบโฆษณาออกจากมือถือไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะใช้ Android หรือ iOS ก็มีทั้งวิธีเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตัวเองและวิธีขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยี DNS หรือ Content Blocker สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นตรวจสอบแอปที่ติดตั้ง ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้รัดกุม และเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของคุณ หากยังมีปัญหาหลังจากทำตามขั้นตอนทั้งหมด อาจพิจารณารีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน แต่ก่อนทำควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้ก่อน

ท้ายที่สุด การใช้มือถืออย่างปลอดภัยและปราศจากโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์จะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดแบตเตอรี่ และปกป้องข้อมูลส่วนตัวจากการถูกติดตาม

เอกสารอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง ได้แก่ หน้าการสนับสนุนของ Bitdefender เรื่องการลบโฆษณาใน Android หน้าการสนับสนุนของ Samsung เกี่ยวกับการนำโฆษณาออกจากอุปกรณ์ Galaxy หน้าการสนับสนุนของ Google เกี่ยวกับการตั้งค่าโฆษณาและความเป็นส่วนตัว และเอกสารสนับสนุนของ Apple เกี่ยวกับการปิดโฆษณาเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำจากบทความและวิดีโอสอนใน YouTube ซึ่งระบุวิธีการใช้ DNS AdGuard และ Content Blocker บน iOS สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Google Help (Ad Privacy) และ Apple Support (General) หรือค้นหาคำแนะนำจากผู้ผลิตอุปกรณ์โดยตรง

ลบโฆษณา มือถือ android iphone ความปลอดภัย เบราว์เซอร์ แอปโฆษณา
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการแนะนำทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างตามรุ่นเครื่องและระบบปฏิบัติการ
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
วิธีทำแผนผังความคิดอย่างง่าย เข้าใจเร็ว ใช้ได้จริง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง