วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ

ทำไมต้องตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้น

การตั้งค่าให้หน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดค้างนานขึ้นหรือไม่ปิดอัตโนมัติเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนต้องการ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานที่ใช้เวลานาน เช่น การดูวิดีโอ การนำเสนองาน การทำงานเอกสาร หรือการตรวจสอบข้อมูลที่ต้องมองหน้าจอตลอดเวลา ระบบปฏิบัติการทั้ง Windows และ macOS มีการตั้งค่าเริ่มต้นที่มักจะปิดหน้าจอหลังจากไม่ได้ใช้งานช่วงสั้นๆ เพื่อประหยัดพลังงาน แต่สำหรับบางสถานการณ์ การปิดหน้าจออัตโนมัติอาจสร้างความรำคาญหรือทำให้งานสะดุด การปรับแต่งการตั้งค่านี้จึงเป็นเรื่องที่ควรรู้เพื่อให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น

ในบทความนี้จะอธิบายวิธีการตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นทั้งในระบบ Windows และ macOS รวมถึงการใช้เครื่องมือเสริมที่ช่วยจัดการการปิดหน้าจอได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าหลักของระบบ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานของหน้าจอได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ในโหมดใช้แบตเตอรี่หรือเสียบปลั๊กก็ตาม

การตั้งค่าใน Windows 11 และ Windows 10

สำหรับผู้ใช้ Windows การปรับเปลี่ยนเวลาปิดหน้าจอสามารถทำได้สองวิธีหลัก คือผ่านการตั้งค่าในแอป Settings ซึ่งเป็นวิธีที่ทันสมัย และผ่าน Control Panel ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ยังคงใช้งานได้ ทั้งสองวิธีให้ผลลัพธ์เดียวกัน แต่ขั้นตอนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ Windows

วิธีแรกคือการใช้แอป Settings ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด โดยกดปุ่ม Windows + I เพื่อเปิด Settings จากนั้นเลือก System จากนั้นเลือก Power & battery หรือ Energy & battery แล้วแต่เวอร์ชัน ที่นี่จะพบหัวข้อ Screen and sleep ซึ่งให้ตั้งค่าเวลาปิดหน้าจอสำหรับทั้งขณะใช้แบตเตอรี่และขณะเสียบปลั๊ก หากต้องการให้หน้าจอเปิดค้างตลอดเวลา ให้เลือก Never หรือตั้งค่าเป็น 0 ซึ่งหมายถึงไม่ปิดอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าการตั้งค่าให้หน้าจอเปิดตลอดเวลาอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้นหรือสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ - 1

วิธีที่สองคือการใช้ Control Panel ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมที่ยังคงมีใน Windows ทุกรุ่น โดยเปิด Control Panel จากนั้นเลือก Hardware and Sound แล้วเลือก Power Options จากนั้นคลิก Change plan settings สำหรับแผนการใช้พลังงานที่กำลังใช้งานอยู่ จากนั้นเลือก Change advanced power settings เพื่อเปิดหน้าต่างการตั้งค่าขั้นสูง ในรายการให้เลื่อนหา Display แล้วขยายรายการ Turn off display after ซึ่งสามารถตั้งค่าเวลาเป็น 0 เพื่อไม่ให้ปิดหน้าจอ นอกจากนี้ควรตั้งค่า Sleep ในหัวข้อ Put computer to sleep เป็น Never เช่นกันเพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดพักเครื่องทั้งระบบ

รายการข้อควรระวังเมื่อตั้งค่าให้หน้าจอเปิดค้างนานขึ้น

การปรับเปลี่ยนเวลาปิดหน้าจอมีข้อควรพิจารณาดังนี้

การตั้งค่าให้หน้าจอเปิดตลอดเวลาอาจทำให้เกิดอาการเบิร์นอินของหน้าจอ โดยเฉพาะจอประเภท OLED หรือ Plasma ควรหลีกเลี่ยงการแสดงภาพนิ่งเป็นเวลานาน

ในโหมดใช้แบตเตอรี่ การเปิดหน้าจอค้างไว้นานจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ควรปรับให้เหมาะสมกับการใช้งาน

วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ - 2

การปิดฟังก์ชันปิดหน้าจออัตโนมัติอาจทำให้คอมพิวเตอร์ร้อนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากระบบยังคงทำงานและแสดงผลตลอดเวลา

หากใช้คอมพิวเตอร์ในที่สาธารณะ การปล่อยหน้าจอเปิดค้างไว้อาจเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ควรใช้รหัสผ่านหรือตั้งค่าล็อกหน้าจอเมื่อไม่ใช้งาน

เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ ควรใช้เครื่องมือเสริมที่สามารถเปิดใช้งานชั่วคราวเมื่อจำเป็น แทนการเปลี่ยนการตั้งค่าแบบถาวร

การตั้งค่าใน macOS

สำหรับผู้ใช้ Mac การตั้งค่าให้หน้าจอไม่ปิดอัตโนมัติทำได้ผ่าน System Settings โดยเข้าไปที่ System Settings จากนั้นเลือก Displays จากนั้นคลิก Advanced เพื่อดูตัวเลือกเพิ่มเติม ในส่วนของ Battery หรือ Energy ขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของ macOS ให้ตั้งค่า Turn display off when inactive เป็น Never นอกจากนี้ยังสามารถปรับการตั้งค่าในส่วนของ Battery Settings หรือ Energy Saver เพื่อควบคุมการปิดหน้าจอและเวลาพักเครื่องได้

วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ - 3

macOS มีฟังก์ชันที่เรียกว่า Power Nap ซึ่งช่วยให้เครื่องสามารถทำงานบางอย่างได้แม้อยู่ในโหมดพัก แต่การตั้งค่าให้หน้าจอไม่ปิดจะทำให้ระบบไม่เข้าสู่โหมดพักเครื่องโดยสมบูรณ์ ผู้ใช้ควรทราบว่าการตั้งค่านี้จะส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่และความร้อนของเครื่องเช่นเดียวกับใน Windows

นอกจากนี้ macOS ยังมีเครื่องมือในตัวที่ชื่อว่า Caffeine ซึ่งซ่อนอยู่ใน Terminal หรือสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเสริมจาก App Store เพื่อช่วยให้หน้าจอไม่ปิดชั่วคราวโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบถาวร

ตารางเปรียบเทียบการตั้งค่าใน Windows และ macOS

ตารางด้านล่างนี้แสดงความแตกต่างหลักในการตั้งค่าให้หน้าจอเปิดค้างนานขึ้นระหว่างสองระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการ วิธีการหลัก การตั้งค่าสำหรับแบตเตอรี่ การตั้งค่าสำหรับเสียบปลั๊ก เครื่องมือเสริมที่แนะนำ
Windows 11/10 Settings > System > Power & battery หรือ Control Panel > Power Options ตั้งค่า Turn off display after เป็น Never หรือค่าเวลาที่ต้องการ ตั้งค่า Turn off display after เป็น Never หรือค่าเวลาที่ต้องการ PowerToys (Always On), Caffeine
macOS System Settings > Displays > Advanced หรือ Battery Settings ตั้งค่า Turn display off when inactive เป็น Never ตั้งค่า Turn display off when inactive เป็น Never Amphetamine, Caffeine (แอป)

ตารางนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองระบบมีวิธีการตั้งค่าที่คล้ายกัน แต่ตำแหน่งของเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ผู้ใช้ควรปรับเปลี่ยนตามเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่

วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ - 4

การใช้เครื่องมือช่วยเพื่อยืดเวลาหน้าจอ

นอกจากการตั้งค่าระบบโดยตรงแล้ว ยังมีเครื่องมือจากบริษัทอื่นหรือจากไมโครซอฟต์เองที่ช่วยให้สามารถควบคุมการปิดหน้าจอได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนการตั้งค่าหลักถาวร เครื่องมือเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดหน้าจอค้างเป็นครั้งคราว เช่น ระหว่างการนำเสนอหรือดูวิดีโอ โดยสามารถเปิดใช้งานและปิดใช้งานได้ง่าย

หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมคือ PowerToys จากไมโครซอฟต์ ซึ่งมีฟีเจอร์ Always On ที่สามารถตรึงหน้าจอให้เปิดค้างในขณะที่รันโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งหรือตามเวลาที่กำหนด สามารถดาวน์โหลดได้จาก GitHub และติดตั้งฟรี นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันชื่อ Caffeine ซึ่งมีทั้งใน Windows และ macOS โดยทำงานโดยการจำลองว่ามีการกดปุ่มบางปุ่มเพื่อให้ระบบรับรู้ว่ายังมีการใช้งานอยู่ จึงไม่ปิดหน้าจอ

สำหรับผู้ใช้ Mac แอปพลิเคชัน Amphetamine เป็นอีกตัวเลือกที่ทรงพลัง สามารถตั้งค่าเงื่อนไขต่างๆ เช่น ให้เปิดหน้าจอค้างเมื่อมีแอปบางตัวทำงานอยู่ หรือตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งสะดวกมากเมื่อต้องทำงานแบบไม่สะดุด

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการจัดการหน้าจอคอม

นอกจากการตั้งค่าเวลาเปิดค้างหน้าจอแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่ช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพื่อลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาและการใช้พลังงาน การตั้งค่าปิดหน้าจอเมื่อไม่ใช้งานในช่วงสั้นๆ เช่น 5-10 นาที ก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งเป็น Never ตลอดเวลา

วิธีตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นง่ายๆ - 5

อีกหนึ่งเทคนิคคือการใช้โหมดประหยัดพลังงานหรือโหมดพักเครื่องเมื่อต้องออกจากคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน แต่ใช้เครื่องมือช่วยเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าจอปิดเมื่อต้องการทำงานต่อเนื่อง การเลือกวิธีที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยยืดอายุการใช้งานของหน้าจอและประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน

ผู้ใช้ควรสำรวจการตั้งค่าเพิ่มเติมในระบบปฏิบัติการ เช่น การตั้งค่าให้ล็อกหน้าจอเมื่อไม่ได้ใช้งาน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยไม่ต้องปิดหน้าจอ หรือการใช้สกรีนเซฟเวอร์ที่เคลื่อนไหวเพื่อป้องกันอาการเบิร์นอินของจอภาพ การผสมผสานวิธีการเหล่านี้จะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

บทสรุป

การตั้งค่าให้หน้าจอคอมเปิดค้างนานขึ้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายทั้งใน Windows และ macOS โดยใช้การตั้งค่าในระบบหรือเครื่องมือเสริม การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน หากต้องการแก้ไขแบบถาวร สามารถเปลี่ยนเวลาปิดหน้าจอใน Settings หรือ Control Panel สำหรับ Windows และ System Settings สำหรับ macOS แต่ถ้าต้องการยืดหยุ่น การใช้แอปพลิเคชันเช่น PowerToys หรือ Caffeine ก็เป็นทางเลือกที่ดี

ผู้ใช้ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านพลังงานและอายุการใช้งานของหน้าจอด้วย โดยอาจตั้งค่าให้ปิดหน้าจอเมื่อไม่จำเป็น แต่เปิดให้ค้างเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้งานจริง การปรับแต่งอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้ทั้งสะดวกในการทำงานและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไปพร้อมกัน

เอกสารอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ดังนี้ Microsoft Learn ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตั้งค่า Windows 11 โดยละเอียด สามารถเข้าถึงได้ที่ https://learn.microsoft.com/pt-br/answers/questions/3839865/como-configurar-tempo-de-desligamento-de-tela-(e-s สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติม ส่วนผู้ใช้ Mac สามารถดูข้อมูลการตั้งค่าหน้าจอจาก Apple Support ได้ที่ https://support.apple.com/pt-br/102764 ซึ่งอธิบายการปรับแต่งการปิดหน้าจอใน macOS นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก Microsoft Support และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่ใช้ประกอบการเขียนบทความนี้

ตั้งค่าหน้าจอ Windows คอมพิวเตอร์ ประหยัดพลังงาน การแสดงผล
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ผลลัพธ์อาจต่างกันตามรุ่นเครื่องและระบบปฏิบัติการ
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
วิธีตรวจสอบระดับโทนเนอร์เครื่องพิมพ์อย่างง่าย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง