วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ

ทำไม Windows ถึงไม่มีฟังก์ชันป้องกันโฟลเดอร์ด้วยรหัสผ่าน

ผู้ใช้ Windows หลายคนต้องการปกป้องข้อมูลส่วนตัวไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงโดยตรง ความคิดแรกที่มักเกิดขึ้นคือการตั้งรหัสผ่านให้กับโฟลเดอร์ใดโฟลเดอร์หนึ่ง แต่ความจริงคือระบบปฏิบัติการ Windows ไม่มีฟังก์ชันในตัวที่อนุญาตให้คุณล็อกโฟลเดอร์ด้วยรหัสผ่านได้โดยตรง ตั้งแต่ Windows 8 และ Windows 10 เป็นต้นมา Microsoft ได้ลบความสามารถนี้ออกไปจากตัวจัดการไฟล์ การที่ Windows ไม่มีฟังก์ชันนี้ทำให้ผู้ใช้ต้องพึ่งพาวิธีการอื่นเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับไฟล์และโฟลเดอร์ การเข้าใจข้อจำกัดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเลือกวิธีป้องกันข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ - 1

วิธีที่ 1: การสร้างไฟล์บีบอัดแบบมีรหัสผ่านด้วย 7-Zip หรือ WinRAR

วิธีการที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันโฟลเดอร์ด้วยรหัสผ่านคือการใช้ซอฟต์แวร์บีบอัดไฟล์ เช่น 7-Zip ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สฟรี หรือ WinRAR ที่มีรุ่นทดลองใช้งาน เมื่อคุณบีบอัดโฟลเดอร์เป็นไฟล์ .zip, .7z หรือ .rar คุณสามารถตั้งรหัสผ่านระหว่างกระบวนการบีบอัดได้ ขั้นตอนนี้ง่ายมาก เพียงคลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการ เลือก 7-Zip หรือ WinRAR แล้วเลือกเพิ่มลงในไฟล์บีบอัด จากนั้นในหน้าต่างการตั้งค่าคุณจะพบตัวเลือกในการป้อนรหัสผ่าน การเลือกชนิดของไฟล์บีบอัดก็สำคัญ ไฟล์ .7z และ .rar มีระดับการเข้ารหัสที่แข็งแกร่งกว่า .zip ดังนั้นหากต้องการความปลอดภัยสูงสุดแนะนำให้เลือก .7z และตั้งรหัสผ่านที่มีความยาวและซับซ้อน วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมใดนอกจากโปรแกรมบีบอัด

วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ - 2

ข้อควรระวังเมื่อใช้ไฟล์บีบอัดแบบมีรหัสผ่าน

แม้ว่าวิธีนี้จะปลอดภัยแต่ก็มีข้อควรระวังบางประการ อย่างแรกคือคุณต้องจำรหัสผ่านให้แม่น หากลืมรหัสผ่านจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลจากไฟล์บีบอัดได้เลย ไม่มีช่องทางให้รีเซ็ตรหัสผ่าน อย่างที่สองคือทุกครั้งที่คุณต้องการเข้าถึงไฟล์ภายใน คุณต้องแตกไฟล์บีบอัดก่อน ซึ่งอาจไม่สะดวกหากคุณต้องใช้งานไฟล์เหล่านั้นบ่อยๆ การแตกไฟล์ทุกครั้งจะใช้เวลาและพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลที่ไม่ต้องเข้าถึงบ่อยครั้งหรือเป็นไฟล์สำรองข้อมูล วิธีนี้ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ - 3

วิธีที่ 2: การใช้ระบบเข้ารหัส EFS ของ Windows

Windows มีฟังก์ชันที่ชื่อว่า Encrypting File System หรือ EFS ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการในรุ่น Professional, Enterprise และ Education EFS ไม่ได้ทำงานโดยการตั้งรหัสผ่านให้กับโฟลเดอร์ แต่จะทำการเข้ารหัสไฟล์และโฟลเดอร์ให้เชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้ของคุณ เมื่อคุณใช้ EFS ระบบจะเข้ารหัสข้อมูลด้วยคีย์ที่เชื่อมโยงกับบัญชี Windows ของคุณ ทำให้เฉพาะผู้ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีนั้นเท่านั้นที่สามารถเปิดไฟล์ได้ ข้อดีของวิธีนี้คือคุณไม่ต้องป้อนรหัสผ่านทุกครั้งที่เข้าใช้โฟลเดอร์ เพราะระบบจะใช้ข้อมูลล็อกอินของคุณโดยอัตโนมัติ แต่ข้อเสียคือถ้ามีคนอื่นใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันและสามารถล็อกอินเข้าบัญชีผู้ใช้ของคุณได้ พวกเขาก็จะเข้าถึงข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ได้เช่นกัน EFS ไม่ใช่รหัสผ่านแยกต่างหากสำหรับโฟลเดอร์ แต่เป็นวิธีการป้องกันที่ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ของคุณ

วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ - 4

ข้อจำกัดของ EFS ที่คุณควรรู้

EFS มีข้อจำกัดหลายประการที่ควรทราบก่อนตัดสินใจใช้ ประการแรก EFS ทำงานเฉพาะกับระบบไฟล์ NTFS เท่านั้น ถ้าไดรฟ์ของคุณใช้ FAT32 หรือ exFAT จะไม่สามารถใช้งานได้ ประการที่สอง หากคุณต้องย้ายไฟล์ที่เข้ารหัสไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หรือส่งให้ผู้อื่นทางอีเมล การเข้ารหัสจะขาดหายและไฟล์จะไม่สามารถเปิดได้จนกว่าจะมีการจัดการคีย์อย่างถูกต้อง ประการที่สาม ถ้าคุณลืมรหัสผ่านบัญชี Windows หรือต้องรีเซ็ตรหัสผ่านผ่านวิธีการกู้คืน ข้อมูลที่เข้ารหัสด้วย EFS อาจสูญหายได้อย่างถาวร ดังนั้นคุณควรสำรองคีย์การเข้ารหัส EFS ไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ส่งออกใบรับรองและคีย์ส่วนตัวไปยังไฟล์และเก็บไว้ในสื่อที่ปลอดภัย

วิธีป้องกันโฟลเดอร์ Windows ด้วยรหัสผ่านง่ายๆ - 5

วิธีที่ 3: การใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่น เช่น Lock-a-Folder

มีซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่นจำนวนมากที่ออกแบบมาเพื่อล็อกโฟลเดอร์ด้วยรหัสผ่านโดยเฉพาะ ตัวอย่างหนึ่งคือ Lock-a-Folder ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีที่ใช้งานง่าย เพียงคุณติดตั้งโปรแกรม ตั้งรหัสผ่านหลัก จากนั้นลากโฟลเดอร์ที่ต้องการเข้าไปในโปรแกรม โฟลเดอร์นั้นจะหายไปจาก File Explorer และจะไม่สามารถเข้าถึงได้จนกว่าคุณจะเปิดโปรแกรมและป้อนรหัสผ่านเพื่อปลดล็อก ข้อดีของวิธีนี้คือความสะดวกและความเร็ว คุณไม่ต้องบีบอัดหรือแตกไฟล์ทุกครั้ง ข้อเสียคือซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจไม่ได้รับการอัปเดตสม่ำเสมอ ทำให้มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หรืออาจตรวจพบว่าเป็นภัยคุกคามโดยโปรแกรมป้องกันไวรัสบางตัว นอกจากนี้หากคุณลืมรหัสผ่านหลักของโปรแกรม การกู้คืนข้อมูลแทบจะเป็นไปไม่ได้

ด้านล่างนี้คือตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับความต้องการของคุณ

วิธี ข้อดี ข้อเสีย
บีบอัดไฟล์ด้วยรหัสผ่าน (7-Zip, WinRAR) ปลอดภัยสูง เข้ารหัสข้อมูลจริง รองรับหลายรูปแบบไฟล์ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ต้องแตกไฟล์ทุกครั้ง ใช้เวลาและพื้นที่เพิ่ม ไม่สะดวกสำหรับการใช้งานบ่อย
EFS ของ Windows ไม่ต้องป้อนรหัสผ่านทุกครั้ง รวมเข้ากับระบบปฏิบัติการ ไม่ใช่รหัสผ่านแยก ขึ้นอยู่กับบัญชีผู้ใช้ มีความเสี่ยงหากลืมรหัสผ่านบัญชี ใช้ได้กับ Windows รุ่น Pro ขึ้นไป
ซอฟต์แวร์ของบริษัทอื่น (Lock-a-Folder) ใช้งานง่าย ซ่อนโฟลเดอร์ได้ทันที สะดวก อาจมีช่องโหว่ โปรแกรมอาจถูกตรวจจับว่าไม่ปลอดภัย หากลืมรหัสผ่านกู้ข้อมูลไม่ได้

ขั้นตอนการป้องกันโฟลเดอร์ด้วย 7-Zip อย่างละเอียด

เนื่องจากวิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำมากที่สุด เราจะอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดดังนี้

  • ดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม 7-Zip จากเว็บไซต์ทางการของ 7-Zip
  • คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่คุณต้องการป้องกัน
  • ในเมนูที่ปรากฏ ให้เลือก 7-Zip จากนั้นเลือก "เพิ่มไปยังไฟล์บีบอัด"
  • ในหน้าต่างการตั้งค่า ให้เลือกชื่อไฟล์ที่ต้องการ (หรือใช้ชื่อเดิม)
  • ในส่วนรูปแบบไฟล์บีบอัด ให้เลือก .7z เพื่อความปลอดภัยสูงสุด หรือเลือก .zip หากต้องการความเข้ากันได้
  • ในส่วนการเข้ารหัส ให้ป้อนรหัสผ่านที่คุณต้องการในช่อง "ป้อนรหัสผ่าน" และยืนยันอีกครั้ง
  • เลือกวิธีการเข้ารหัสเป็น AES-256 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แข็งแกร่ง
  • คลิกตกลงเพื่อเริ่มกระบวนการบีบอัด เมื่อเสร็จสิ้นคุณจะได้ไฟล์บีบอัดที่มีรหัสผ่าน
  • จากนั้นคุณสามารถลบโฟลเดอร์ต้นฉบับเพื่อความปลอดภัย หรือเก็บไว้ในที่อื่น

เมื่อคุณต้องการเข้าถึงไฟล์ภายใน ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์บีบอัด โปรแกรม 7-Zip จะเปิดขึ้นและขอรหัสผ่าน ป้อนรหัสผ่านที่คุณตั้งไว้ จากนั้นคุณสามารถแตกไฟล์หรือเปิดดูไฟล์ภายในได้

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

นอกจากการป้องกันโฟลเดอร์ด้วยรหัสผ่านแล้ว ยังมีแนวทางปฏิบัติอื่นที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ อย่างแรกคือการสำรองข้อมูลสำคัญไว้ในที่อื่นเสมอ เช่น ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกหรือบริการคลาวด์ที่ปลอดภัย การมีสำเนาสำรองจะช่วยให้คุณไม่เสียข้อมูลหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างที่สองคือการใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำกันสำหรับแต่ละวิธีการป้องกัน หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านง่ายๆ หรือวันที่เกิดส่วนตัว อย่างที่สามคือการอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่คุณใช้เป็นประจำเพื่อป้องกันช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีได้

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือบทความจาก Corsair ที่อธิบายวิธีการป้องกันโฟลเดอร์ใน Windows และยืนยันว่า Windows ไม่มีฟังก์ชันป้องกันโฟลเดอร์โดยตรง นอกจากนี้ Avast ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์บีบอัดเพื่อตั้งรหัสผ่าน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ EFS สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก Microsoft Learn ซึ่งเป็นเอกสารทางการของ Microsoft เกี่ยวกับ Encrypting File System และสุดท้ายบทความจาก Canaltech และ Dropbox ได้อธิบายขั้นตอนการใช้ 7-Zip และ WinRAR ในการเข้ารหัสโฟลเดอร์อย่างละเอียด

Windows โฟลเดอร์ รหัสผ่าน ความปลอดภัย ซ่อนไฟล์ ล็อกไฟล์ เทคโนโลยี
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการแนะนำทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างตามเวอร์ชัน Windows
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
วิธีเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นเข้ากับอินเทอร์เน็ต

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง