วิธีแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วนง่ายๆ บนคอมและมือถือ
การทำงานหลายอย่างพร้อมกันในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสารไปพร้อมกับดูข้อมูลอ้างอิง การประชุมออนไลน์ขณะจดบันทึก หรือการดูวิดีโอไปด้วยระหว่างเล่นโซเชียลมีเดีย ฟังก์ชันการแบ่งหน้าจอหรือ split screen จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความบันเทิง โดยไม่ต้องสลับหน้าต่างไปมาให้เสียเวลา ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับวิธีแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วนทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถืออย่างละเอียด พร้อมเทคนิคที่ทำตามได้ง่ายในไม่กี่ขั้นตอน
การแบ่งหน้าจอบน Windows 10 และ Windows 11
ระบบปฏิบัติการ Windows มีฟังก์ชันแบ่งหน้าจอที่ใช้งานมานานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Windows 11 ที่เพิ่มตัวเลือก Snap Layouts เข้ามาช่วยให้การจัดวางหน้าต่างมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วนบน Windows สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความถนัดและเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการที่คุณใช้

วิธีที่ 1: การใช้แป้นพิมพ์ลัด Snap
วิธีที่เร็วที่สุดสำหรับผู้ที่ชอบใช้แป้นพิมพ์คือการใช้คีย์ลัด Snap โดยกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดค้างไว้ จากนั้นกดปุ่มลูกศรซ้ายหรือลูกศรขวาหนึ่งครั้ง หน้าต่างที่ใช้งานอยู่จะถูกย้ายไปครึ่งซ้ายหรือครึ่งขวาของหน้าจอทันที เมื่อปล่อยปุ่ม Windows หน้าต่างที่เหลือจะแสดงเป็นภาพขนาดเล็กให้คุณคลิกเลือกเพื่อเติมเต็มอีกฝั่ง วิธีนี้ใช้งานได้ทั้ง Windows 10 และ Windows 11 โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
วิธีที่ 2: การลากหน้าต่างด้วยเมาส์
สำหรับผู้ที่ถนัดใช้เมาส์ การลากหน้าต่างไปยังขอบจอเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา เพียงคลิกที่แถบชื่อหน้าต่าง (title bar) ค้างไว้ จากนั้นลากไปทางขอบซ้ายหรือขวาของหน้าจอจนกระทั่งเห็นโครงร่างโปร่งแสงปรากฏขึ้น แล้วปล่อยเมาส์ หน้าต่างจะถูกจัดวางครึ่งหนึ่งของจอโดยอัตโนมัติ จากนั้น Snap Assist จะทำงานโดยแสดงหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดให้คุณเลือกคลิกเพื่อจัดวางอีกฝั่ง วิธีนี้ใช้ได้ดีทั้งกับ Windows 10 และ Windows 11

วิธีที่ 3: การใช้ Snap Layouts บน Windows 11
Windows 11 มีฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า Snap Layouts ซึ่งช่วยให้คุณเลือกเค้าโครงหน้าจอได้หลากหลายรูปแบบ เพียงวางเมาส์เหนือปุ่มขยายใหญ่ที่มุมขวาบนของหน้าต่าง หรือกดแป้นพิมพ์ลัด Windows + Z จะปรากฏเมนูให้เลือกเค้าโครง เช่น หน้าจอสองส่วนแนวตั้ง สามส่วน หรือสี่ส่วน เลือกรูปแบบที่ต้องการแล้วคลิกที่ส่วนใดส่วนหนึ่ง หน้าต่างจะถูกจัดวางตามตำแหน่งที่เลือกทันที จากนั้นคุณสามารถเลือกหน้าต่างอื่นมาเติมเต็มส่วนที่เหลือได้ ฟีเจอร์นี้ทำให้การทำงานหลายหน้าต่างเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
การแบ่งหน้าจอบน macOS ด้วย Split View
สำหรับผู้ใช้ Mac การแบ่งหน้าจอมีฟังก์ชันที่เรียกว่า Split View ซึ่งทำงานคล้ายกับ Snap ของ Windows แต่มีขั้นตอนแตกต่างเล็กน้อย ให้คลิกที่ปุ่มสีเขียวสามเหลี่ยมตรงมุมซ้ายบนของหน้าต่างค้างไว้ จากนั้นเมนูจะปรากฏขึ้นให้เลือก Tile Window to Left of Screen หรือ Tile Window to Right of Screen เมื่อเลือกแล้วหน้าต่างจะย้ายไปยังด้านที่เลือก และอีกฝั่งจะแสดงหน้าต่างที่เปิดอยู่ทั้งหมดให้คุณคลิกเลือก วิธีนี้ใช้ได้กับ macOS Catalina เป็นต้นไป

การแบ่งหน้าจอบนมือถือ Android
สมาร์ทโฟน Android ทุกรุ่นตั้งแต่ Android 7.0 Nougat ขึ้นไปมีฟังก์ชันแบ่งหน้าจอในตัว วิธีทำคือเปิดแอปพลิเคชันแรกที่ต้องการใช้งาน จากนั้นเปิดเมนูแอปที่ใช้งานล่าสุด (Recent Apps) โดยกดปุ่มสี่เหลี่ยมหรือปัดขึ้นจากขอบล่างค้างไว้ จากนั้นแตะที่ไอคอนของแอปที่ต้องการแบ่งหน้าจอ แล้วเลือกตัวเลือก Split Screen หรือแบ่งหน้าจอ แอปนั้นจะย้ายไปครึ่งบนของหน้าจอ จากนั้นคุณสามารถเลือกแอปที่สองจากรายการแอปล่าสุดเพื่อวางที่ครึ่งล่าง บางรุ่นอาจต้องปรับขนาดของแถบกั้นระหว่างแอปเพื่อให้พื้นที่เท่ากันหรือต่างกันตามต้องการ
การแบ่งหน้าจอบน iPhone และ iPad
บน iPhone รุ่นที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น เช่น iPhone Plus, Pro Max หรือ iPhone 15 Pro Max มีฟังก์ชันแบ่งหน้าจอหรือ Slide Over ในบางแอปพลิเคชัน แต่สำหรับการแบ่งหน้าจอแบบเต็มสองส่วน ต้องใช้ฟังก์ชัน Split View บน iPad ซึ่งทำได้โดยเปิดแอปแรก จากนั้นปัดขึ้นจากขอบล่างเพื่อเปิด Dock แล้วลากไอคอนแอปที่สองจาก Dock ไปวางที่ขอบซ้ายหรือขวาของหน้าจอ แอปทั้งสองจะถูกจัดวางเคียงข้างกัน คุณสามารถลากเส้นกั้นระหว่างแอปเพื่อปรับสัดส่วนได้ ฟังก์ชันนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำงานเอกสารควบคู่กับอินเทอร์เน็ต หรือการดูวิดีโอไปด้วยขณะเขียนข้อความ

รายการข้อควรจำเมื่อใช้การแบ่งหน้าจอ
เพื่อให้การใช้ฟังก์ชันแบ่งหน้าจอเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
- ตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมที่ใช้รองรับการแบ่งหน้าจอหรือไม่ บางแอปอาจไม่ทำงานในโหมดนี้
- ปรับความละเอียดหน้าจอให้เหมาะสม หน้าจอที่มีความละเอียดต่ำอาจทำให้เนื้อหาย่อเล็กเกินไปเมื่อแบ่งครึ่ง
- ใช้แป้นพิมพ์ลัดเพื่อความรวดเร็ว โดยเฉพาะบนคอมพิวเตอร์ที่ต้องทำงานหลายอย่างต่อเนื่อง
- ปิดแอปที่ไม่จำเป็นก่อนแบ่งหน้าจอ เพื่อลดภาระของหน่วยความจำและแบตเตอรี่
- บนมือถือ ควรใช้ท่าทางการถือที่มั่นคง เนื่องจากการใช้งานสองแอปพร้อมกันอาจทำให้มือเมื่อยล้า
ตารางเปรียบเทียบวิธีการแบ่งหน้าจอบนอุปกรณ์ต่างๆ
ตารางด้านล่างสรุปวิธีการหลักที่ใช้ในการแบ่งหน้าจอบนระบบปฏิบัติการยอดนิยม เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณ

| ระบบปฏิบัติการ | วิธีหลัก | แป้นพิมพ์ลัด | ฟีเจอร์พิเศษ |
|---|---|---|---|
| Windows 10 | ลากหน้าต่างไปที่ขอบจอ | Windows + ลูกศรซ้าย/ขวา | Snap Assist แสดงหน้าต่างอื่นให้เลือก |
| Windows 11 | เมนู Snap Layouts | Windows + Z | รองรับเค้าโครงหลายรูปแบบ |
| macOS | ปุ่มสีเขียวที่มุมซ้ายบน | ไม่มีแป้นพิมพ์ลัดเริ่มต้น | Split View พร้อมปรับสัดส่วนได้ |
| Android | เมนู Recent Apps เลือก Split Screen | ไม่มีแป้นพิมพ์ลัด | สามารถปรับขนาดพื้นที่ของแต่ละแอป |
| iOS (iPad) | ลากแอปจาก Dock | ไม่มีแป้นพิมพ์ลัด | Split View และ Slide Over |
เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานจริง
การแบ่งหน้าจอมีประโยชน์มากโดยเฉพาะในการทำงานที่ต้องเปรียบเทียบข้อมูล เช่น การเขียนรายงานพร้อมอ้างอิงเว็บไซต์ หรือการดูวิดีโอสอนพร้อมทำตามบนเครื่องมืออื่น คุณสามารถปรับแต่งประสบการณ์การแบ่งหน้าจอได้โดยการเปลี่ยนขนาดของหน้าต่างด้วยการลากเส้นกั้นระหว่างแอป บน Windows การกด Windows + ลูกศรขึ้นหรือลงสามารถย่อหรือขยายหน้าต่างได้ และใน Windows 11 คุณสามารถสร้างกลุ่ม snap group ที่จดจำการจัดวางหน้าต่างไว้ เมื่อคุณกลับมาเปิดแอปเดิมอีกครั้ง ระบบจะเสนอให้เปิดทั้งกลุ่มพร้อมกัน
หากคุณพบปัญหาแอปไม่ยอมเข้าสู่โหมดแบ่งหน้าจอ ให้ลองตรวจสอบการตั้งค่าการทำงานหลายหน้าต่าง ตัวอย่างเช่น บน Android ไปที่ Settings > Developer options แล้วเปิด Force activities to be resizable เพื่อบังคับให้แอปรองรับการปรับขนาดได้ สำหรับผู้ใช้ iPhone บางรุ่น ฟังก์ชัน Picture in Picture อาจช่วยให้คุณดูวิดีโอขณะทำงานอย่างอื่นได้แทนการแบ่งหน้าจอเต็มรูปแบบ
ข้อดีและข้อควรระวัง
การแบ่งหน้าจอช่วยลดเวลาในการสลับระหว่างแอป ทำให้คุณมีสมาธิกับงานมากขึ้น และเหมาะสำหรับจอภาพขนาดใหญ่หรือมือถือที่มีหน้าจอกว้าง อย่างไรก็ตาม ควรระวังเรื่องความเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อต้องมองเนื้อหาขนาดเล็กบนหน้าจอที่ถูกแบ่ง เช่นเดียวกับการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นบนอุปกรณ์พกพา โดยเฉพาะเมื่อเปิดทั้งสองแอปทำงานหนักพร้อมกัน
การแบ่งหน้าจอบนหน้าจอภายนอก
สำหรับผู้ที่ใช้แล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะร่วมกับจอภาพภายนอก การแบ่งหน้าจอบนจอหลายจอช่วยเพิ่มพื้นที่ทำงานได้มากขึ้น คุณสามารถลากหน้าต่างไปไว้ที่จอใดจอหนึ่งแล้วใช้วิธีแบ่งหน้าจอตามปกติบนจอแต่ละจอ ใน Windows คุณสามารถกด Windows + P เพื่อเลือกโหมดการแสดงผล เช่น ขยายหรือทำสำเนา เพื่อให้การจัดการหน้าต่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การแก้ไขปัญหาทั่วไป
บางครั้งผู้ใช้อาจพบว่าฟังก์ชันแบ่งหน้าจอไม่ทำงานตามที่คาด ลองตรวจสอบดังนี้ ตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการของคุณเป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือไม่ บน Windows ให้ไปที่ Settings > Update & Security เพื่ออัปเดต บน macOS ให้ไปที่ System Preferences > Software Update สำหรับมือถือ ให้ตรวจสอบการตั้งค่าการทำงานหลายหน้าต่างใน Settings ของอุปกรณ์ หากปัญหายังคงอยู่ ให้ลองรีสตาร์ทเครื่อง เพราะการรีสตาร์ทช่วยแก้ไขข้อขัดข้องชั่วคราวได้บ่อยครั้ง
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือดังนี้ คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้แป้นพิมพ์ลัดและวิธีการลากหน้าต่างบน Windows อ้างอิงจากเอกสารของ Avast และ TechTudo ฟีเจอร์ Snap Layouts บน Windows 11 อ้างอิงจาก Terra ส่วน Snap Assist อ้างอิงจาก Vivoc สำหรับ macOS และมือถือ ข้อมูลได้จากการใช้งานจริงและคู่มือระบบปฏิบัติการของ Apple และ Google




