ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า

ทำความรู้จักกับตัวจัดการรหัสผ่านในพีซีของคุณ

ในยุคดิจิทัลที่เราต้องสมัครและใช้งานบัญชีออนไลน์นับสิบหรือร้อยบัญชี การจดจำรหัสผ่านทั้งหมดด้วยตัวเองกลายเป็นเรื่องยุ่งยากและเสี่ยงต่อความปลอดภัย หลายคนใช้รหัสผ่านซ้ำกันหรือใช้รหัสที่เดาง่ายเพื่อความสะดวก แต่พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลได้ ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซีจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยการจัดเก็บรหัสผ่านทั้งหมดไว้ในที่เดียว เข้ารหัสข้อมูลอย่างปลอดภัย และอนุญาตให้คุณเข้าถึงได้ด้วยรหัสหลักเพียงรหัสเดียว บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าตัวจัดการรหัสผ่านคืออะไร มีข้อดีอย่างไร และวิธีตั้งค่าใช้งานบนเครื่องพีซีแบบง่ายๆ พร้อมทั้งแนะนำทางเลือกทั้งแบบที่มีในระบบปฏิบัติการและจากบริษัทชั้นนำ

ตัวจัดการรหัสผ่านใน Windows และ Edge ที่มีมาให้พร้อมใช้งาน

ไมโครซอฟท์มีเครื่องมือจัดการรหัสผ่านในตัวสำหรับผู้ใช้ Windows 10 และ Windows 11 ที่ทำงานร่วมกับเบราว์เซอร์ Microsoft Edge โดยเครื่องมือนี้ถูกสร้างมาให้ทำงานบนเครื่องของคุณโดยตรง ข้อมูลรหัสผ่านจะถูกเข้ารหัสและเก็บไว้ในเครื่องพีซี ใช้การเข้ารหัสของอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย คุณสามารถดู แก้ไข หรือลบรหัสผ่านที่บันทึกไว้ได้โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม การเข้าถึงทำได้ง่ายผ่านเมนูตั้งค่าของ Edge หรือผ่านบัญชี Microsoft ของคุณ

ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า - 1

การทำงานของตัวจัดการรหัสผ่านใน Edge นั้นเรียบง่ายมาก เมื่อคุณเข้าสู่เว็บไซต์และกรอกรหัสผ่าน Edge จะถามว่าต้องการบันทึกหรือไม่ เมื่อบันทึกแล้วครั้งต่อไปที่คุณเข้าชมเว็บไซต์เดิม Edge จะกรอกข้อมูลให้อัตโนมัติ ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บในรูปแบบที่เข้ารหัสและใช้การยืนยันตัวตนของ Windows เช่น PIN หรือการสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าถึง วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นดูรหัสผ่านของคุณได้ง่ายๆ

วิธีการตั้งค่าและใช้งานตัวจัดการรหัสผ่านใน Edge

การเริ่มใช้งานตัวจัดการรหัสผ่านใน Edge ทำได้ไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า - 2
  • เปิดเบราว์เซอร์ Microsoft Edge บนพีซีของคุณ
  • คลิกที่จุดสามจุดมุมขวาบนของหน้าต่าง จากนั้นเลือก "การตั้งค่า"
  • ในเมนูด้านซ้าย ให้เลือก "รหัสผ่านและป้อนอัตโนมัติ" หรือ "Passwords and autofill" แล้วคลิกที่ "โปรแกรมจัดการรหัสผ่านของ Microsoft" หรือ "Microsoft Password Manager"
  • คุณจะเห็นรายชื่อเว็บไซต์และรหัสผ่านที่บันทึกไว้ทั้งหมด คลิกที่รายการใดรายการหนึ่งเพื่อดูรายละเอียด คุณสามารถใช้ไอคอนรูปตาหรือปุ่ม "แก้ไข" เพื่อดูหรือเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านได้
  • ในหน้านี้ยังมีตัวเลือกให้เปิดใช้งานการแจ้งเตือนเมื่อพบรหัสผ่านที่รั่วไหลหรือถูกบุกรุก รวมถึงการตรวจสอบความแข็งแรงของรหัสผ่าน

เมื่อคุณตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว Edge จะทำงานเป็นตัวจัดการรหัสผ่านที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับการใช้งานประจำวัน ข้อมูลทั้งหมดยังคงถูกเก็บไว้ในเครื่องพีซีของคุณโดยไม่จำเป็นต้องอัปโหลดไปยังคลาวด์ เว้นแต่คุณจะเลือกซิงค์กับบัญชี Microsoft หากคุณต้องการให้ข้อมูลพร้อมใช้งานบนอุปกรณ์หลายเครื่อง

ทางเลือกจากเบราว์เซอร์อื่น: Google Chrome

สำหรับผู้ใช้ที่ชอบใช้เบราว์เซอร์ Google Chrome ก็มีตัวจัดการรหัสผ่านในตัวเช่นกัน โดยเข้าถึงได้ผ่านการตั้งค่า > รหัสผ่าน (Settings > Passwords) Chrome ใช้การเข้ารหัสในเครื่องพีซีและมีฟังก์ชันตรวจสอบรหัสผ่านที่ถูกบุกรุกหรือรั่วไหล ข้อดีคือใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องลงซอฟต์แวร์เพิ่มเติม เช่นเดียวกับ Edge แต่ข้อควรระวังคือหากคุณเข้าสู่ระบบ Chrome ด้วยบัญชี Google รหัสผ่านอาจถูกซิงค์ไปยังอุปกรณ์อื่นผ่านบริการคลาวด์ของ Google ซึ่งคุณสามารถปิดการซิงค์ได้ในการตั้งค่าหากต้องการเก็บข้อมูลไว้เฉพาะในเครื่องพีซีเท่านั้น

ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า - 3

การตั้งค่าใน Chrome ก็คล้ายกับ Edge กล่าวคือ ไปที่การตั้งค่า เลือกส่วนรหัสผ่าน จากนั้นคุณจะเห็นรหัสผ่านที่บันทึกไว้ทั้งหมด คุณสามารถเพิ่ม ลบ หรือส่งออกรหัสผ่านได้เช่นกัน ฟังก์ชันการกรอกอัตโนมัติทำงานได้ดีกับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ ทำให้คุณไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำอีก

เปรียบเทียบตัวจัดการรหัสผ่านในตัวกับซอฟต์แวร์บุคคลที่สาม

ตัวจัดการรหัสผ่านในตัวของ Edge หรือ Chrome มีข้อดีคือฟรี ติดตั้งมาให้แล้ว และใช้งานง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องฟีเจอร์เสริม เช่น การสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนแบบอัตโนมัติ การจัดการหลายอุปกรณ์ให้ราบรื่น หรือการจัดเก็บข้อมูลอื่นนอกเหนือจากรหัสผ่าน เช่น บัตรเครดิตหรือเอกสารสำคัญ ตัวเลือกจากบุคคลที่สามอย่าง 1Password, Bitwarden, Kaspersky หรือ Avira มักมีฟังก์ชันครบถ้วนกว่า มีระบบความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง และรองรับหลายแพลตฟอร์ม

ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า - 4
คุณสมบัติ ตัวจัดการใน Edge/Chrome 1Password / Bitwarden
การเข้ารหัส AES-256 (ในอุปกรณ์) AES-256 (เข้ารหัสทั้งในเครื่องและระหว่างส่ง)
การสร้างรหัสผ่าน มีฟังก์ชันสร้างรหัสผ่านพื้นฐาน สร้างรหัสผ่านแบบสุ่มและซับซ้อนได้หลายรูปแบบ
การจัดการหลายอุปกรณ์ ต้องซิงค์ผ่านบัญชี Microsoft หรือ Google ซิงค์อัตโนมัติผ่านคลาวด์แบบเข้ารหัส
การจัดเก็บข้อมูลอื่น เฉพาะชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน บันทึกที่อยู่ บัตรเครดิต เอกสาร และอื่นๆ
ตรวจสอบรหัสผ่านรั่วไหล มีฟังก์ชันตรวจสอบ (ในบางรุ่น) มีฟังก์ชันตรวจสอบและการแจ้งเตือนขั้นสูง
การสำรองข้อมูลในเครื่อง ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการ สามารถส่งออกไฟล์เข้ารหัสสำรองได้

จากตารางจะเห็นว่าตัวจัดการจากเบราว์เซอร์เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความสะดวกและไม่ต้องการลงซอฟต์แวร์เพิ่ม แต่หากคุณมีความต้องการด้านความปลอดภัยสูงหรือใช้หลายอุปกรณ์ ตัวเลือกจากบริษัทชั้นนำอาจตอบโจทย์มากกว่า

แนะนำตัวจัดการรหัสผ่านจากบริษัทชั้นนำที่ปลอดภัยและใช้งานง่าย

นอกเหนือจากเครื่องมือที่มีในระบบปฏิบัติการแล้ว ยังมีซอฟต์แวร์จัดการรหัสผ่านจากบริษัทที่มีชื่อเสียงซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัยและการเข้ารหัส ตัวอย่างเช่น 1Password ที่ใช้การเข้ารหัสแบบ end-to-end และสามารถเก็บข้อมูลในรูปแบบ vault บนเครื่องพีซีของคุณ หรือ Bitwarden ที่เป็นโอเพนซอร์ส ฟรี และสามารถติดตั้งเซิร์ฟเวอร์เองได้เพื่อควบคุมข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง นอกจากนี้ยังมี Kaspersky Password Manager ที่มีฟังก์ชันตรวจจับการรั่วไหลของรหัสผ่าน และ Avira Password Manager ที่เป็นตัวเลือกน้ำหนักเบาและใช้งานง่าย

ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี ใช้งานง่าย ปลอดภัย พร้อมวิธีตั้งค่า - 5

จุดเด่นของซอฟต์แวร์เหล่านี้คือทุกตัวสามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้ โดยข้อมูลจะถูกเข้ารหัสและเก็บไว้บนเครื่องพีซีของคุณโดยตรง การเชื่อมต่อคลาวด์เป็นเพียงทางเลือกที่คุณสามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ ตัวอย่างเช่น Bitwarden อนุญาตให้คุณสร้าง vault ในเครื่องและเลือกไม่ซิงค์กับคลาวด์ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงสุด นอกจากนี้ฟังก์ชันการสร้างรหัสผ่านที่ซับซ้อนแบบสุ่มยังช่วยให้คุณมีรหัสผ่านที่แข็งแกร่งสำหรับทุกบัญชีโดยไม่ต้องจำ

วิธีเลือกตัวจัดการรหัสผ่านที่เหมาะสมกับคุณ

การเลือกตัวจัดการรหัสผ่านขึ้นอยู่กับความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานของคุณ หากคุณใช้พีซีเครื่องเดียวและไม่ต้องการแชร์รหัสผ่านกับอุปกรณ์อื่น ตัวจัดการใน Edge หรือ Chrome อาจเพียงพอ แต่ถ้าคุณใช้หลายอุปกรณ์ทั้งพีซี โทรศัพท์ และแท็บเล็ต คุณอาจต้องการโซลูชันที่ซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย อย่างเช่น 1Password หรือ Bitwarden ซึ่งมีแอปสำหรับทุกแพลตฟอร์ม

อีกปัจจัยคือความถี่ในการใช้งานฟีเจอร์พิเศษ เช่น การตรวจสอบรหัสผ่านที่ถูกบุกรุก การแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านในบัญชีสำคัญ หรือการจัดเก็บข้อมูลบัตรเครดิตและเอกสาร ซอฟต์แวร์อย่าง Kaspersky หรือ Avira มีแผนให้เลือกทั้งแบบฟรีและเสียเงิน คุณสามารถทดลองใช้ก่อนตัดสินใจได้ ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัสของแต่ละตัวเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณจะถูกเก็บไว้ในเครื่องเท่านั้นหากคุณไม่ต้องการให้อัปโหลดขึ้นคลาวด์

สรุปข้อดีของการใช้ตัวจัดการรหัสผ่านในพีซี

การใช้ตัวจัดการรหัสผ่านช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีออนไลน์ของคุณอย่างมาก เพราะคุณสามารถสร้างรหัสผ่านที่ยาวและซับซ้อนสำหรับแต่ละเว็บไซต์โดยไม่ต้องจำ รหัสผ่านทั้งหมดถูกเข้ารหัสและเก็บไว้ในเครื่องพีซีของคุณ คุณสามารถเข้าถึงได้ด้วยรหัสหลักหรือการยืนยันตัวตนทางชีวภาพ เพียงรหัสเดียวที่คุณต้องจำ วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลเนื่องจากการใช้รหัสผ่านซ้ำกันหรือรหัสผ่านที่เดาง่าย

นอกจากนี้ยังประหยัดเวลาในการกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพราะตัวจัดการรหัสผ่านจะกรอกให้อัตโนมัติเมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดจากการพิมพ์ผิดและทำให้การใช้งานเว็บไซต์ต่างๆ สะดวกขึ้นมาก สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ตัวเลือกที่เก็บข้อมูลในเครื่องพีซีโดยไม่เชื่อมต่อคลาวด์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด คุณสามารถเลือกซอฟต์แวร์ที่อนุญาตให้ควบคุมข้อมูลทั้งหมดได้ด้วยตนเอง

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการจัดการรหัสผ่านบนพีซี แหล่งที่มาหลัก ได้แก่ เอกสารสนับสนุนของ Microsoft เกี่ยวกับการจัดการรหัสผ่านใน Edge และ Windows, เอกสารช่วยเหลือของ Google Chrome เกี่ยวกับการจัดการรหัสผ่าน, เว็บไซต์ทางการของ 1Password และ Bitwarden ซึ่งอธิบายรายละเอียดการเข้ารหัสและการเก็บข้อมูลในเครื่อง, รวมถึงข้อมูลจาก Kaspersky และ Avira เกี่ยวกับฟังก์ชันความปลอดภัยของตัวจัดการรหัสผ่านของพวกเขา

ตัวจัดการรหัสผ่าน พีซี ความปลอดภัยไซเบอร์ รหัสผ่าน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การตั้งค่า ใช้งานง่าย
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ควรตรวจสอบความปลอดภัยก่อนใช้งานจริง
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
ตัวบ่งชี้ระดับหมึก คุณภาพสูง ใช้งานแม่นยำ ราคาคุ้มค่า

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง