วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง

ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่าย

ในยุคที่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน การตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายหรือรหัสผ่าน Wi-Fi ที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่แท้จริงแล้วเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคุณต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่ เช่น โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เข้ากับเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทำงาน การไม่ทราบรหัสผ่านอาจทำให้เสียเวลาในการติดต่อขอข้อมูลจากผู้ดูแลระบบ หรือในกรณีที่คุณเป็นเจ้าของเครือข่ายเอง การจำรหัสผ่านไม่ได้อาจนำไปสู่การตั้งค่าเครือข่ายใหม่ทั้งหมดซึ่งยุ่งยาก

นอกจากนี้ การตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายยังมีประโยชน์ในด้านความปลอดภัย เนื่องจากช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารหัสผ่านที่คุณใช้เป็นรหัสที่ถูกต้องและไม่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต ในบทความนี้ เราจะแนะนำวิธีการตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายในระบบปฏิบัติการ Windows 10 และ Windows 11 อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งวิธีที่ง่ายที่สุดผ่านการตั้งค่า GUI ไปจนถึงวิธีที่ใช้คำสั่ง Command Prompt สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำ

การตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายผ่านการตั้งค่าระบบ (GUI)

วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือการใช้เมนูการตั้งค่าของ Windows ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งใด ๆ เพียงคลิกเมาส์ไม่กี่ครั้ง ขั้นตอนแรกให้ไปที่เมนู Start แล้วเลือก Settings หรือกดปุ่ม Windows + I จากนั้นเลือก Network & Internet ในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา ที่เมนูด้านซ้ายมือเลือก Status จากนั้นเลื่อนลงมาหา Advanced network settings และคลิกที่ Network and Sharing Center

วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง - 1

ใน Network and Sharing Center คุณจะเห็นชื่อเครือข่ายที่คุณเชื่อมต่ออยู่ ตรงส่วน View your active networks ให้คลิกที่ชื่อเครือข่าย Wi-Fi ของคุณ จากนั้นหน้าต่าง Wi-Fi Status จะปรากฏขึ้น ให้คลิกที่ Wireless Properties จากนั้นเลือกแท็บ Security และทำเครื่องหมายที่ช่อง Show characters เพียงเท่านี้คุณก็จะเห็นรหัสผ่านเครือข่ายในช่อง Network security key วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการตรวจสอบรหัสผ่านอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้คำสั่ง

หากคุณประสบปัญหาไม่พบ Network and Sharing Center ในเส้นทางด้านบน คุณสามารถใช้ทางลัดโดยกดปุ่ม Windows + R พิมพ์ control แล้วกด Enter เพื่อเปิด Control Panel จากนั้นเลือก Network and Sharing Center โดยตรง การดำเนินการนี้จะนำคุณไปยังหน้าเดียวกันกับที่กล่าวไว้ข้างต้น

การตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายผ่าน Command Prompt (CMD)

สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วหรือไม่สามารถเข้าถึง GUI ได้ วิธีการใช้ Command Prompt เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เริ่มต้นโดยเปิด Command Prompt ในฐานะ Administrator โดยคลิกขวาที่เมนู Start แล้วเลือก Windows Terminal (Admin) หรือ Command Prompt (Admin) จากนั้นพิมพ์คำสั่งต่อไปนี้

วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง - 2

netsh wlan show profile

คำสั่งนี้จะแสดงรายชื่อโปรไฟล์เครือข่าย Wi-Fi ทั้งหมดที่เคยเชื่อมต่อในเครื่องของคุณ ให้จดชื่อเครือข่ายที่คุณต้องการตรวจสอบรหัสผ่าน จากนั้นพิมพ์คำสั่ง

netsh wlan show profile name="ชื่อเครือข่ายของคุณ" key=clear

วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง - 3

ในผลลัพธ์ที่แสดง ให้มองหาช่อง Key Content ซึ่งจะแสดงรหัสผ่านเครือข่ายนั้น ๆ วิธีนี้มีข้อดีคือสามารถดูรหัสผ่านของเครือข่ายที่ไม่ได้เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้นได้ด้วย ตราบใดที่โปรไฟล์ยังคงถูกบันทึกไว้ในระบบ

ข้อควรระวังในการใช้วิธีนี้คือคุณต้องเปิด Command Prompt ในฐานะ Administrator หากคุณเปิดในฐานะผู้ใช้ทั่วไป คำสั่งอาจไม่ทำงานและแสดงข้อผิดพลาด นอกจากนี้ หากคุณใช้เครือข่ายองค์กรหรือเครือข่ายสาธารณะที่กำหนดนโยบายความปลอดภัยพิเศษ รหัสผ่านอาจถูกซ่อนไว้แม้จะใช้คำสั่งนี้

การตรวจสอบข้อมูลรับรองผ่าน Credential Manager

Windows มีเครื่องมือชื่อ Credential Manager ซึ่งใช้จัดเก็บข้อมูลรับรองต่าง ๆ เช่น รหัสผ่านสำหรับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล อย่างไรก็ตาม ข้อมูลรับรองเครือข่าย Wi-Fi โดยปกติแล้วจะไม่ถูกจัดเก็บใน Credential Manager โดยตรง แต่คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อตรวจสอบข้อมูลรับรองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่าย เช่น รหัสผ่านสำหรับการเข้าถึงโฟลเดอร์แชร์ในเครือข่ายท้องถิ่น

วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง - 4

ในการเปิด Credential Manager ให้ไปที่ Control Panel จากนั้นเลือก Credential Manager หรือพิมพ์ Credential Manager ในช่องค้นหาของ Start เมนู เมื่อเปิดขึ้นมา คุณจะเห็นสองส่วน ได้แก่ Windows Credentials และ Web Credentials ใน Windows Credentials คุณอาจพบข้อมูลรับรองสำหรับการเข้าถึงทรัพยากรเครือข่าย เช่น IP address หรือชื่อเซิร์ฟเวอร์ แต่สำหรับรหัสผ่าน Wi-Fi คุณยังคงต้องใช้วิธีอื่นที่กล่าวไว้ข้างต้น

แม้ว่า Credential Manager จะไม่ใช่เครื่องมือหลักในการตรวจสอบรหัสผ่าน Wi-Fi แต่ก็มีประโยชน์ในการจัดการข้อมูลรับรองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย เช่น การเข้าถึง VPN หรือการเชื่อมต่อระยะไกล หากคุณต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน Credential Manager คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์สนับสนุนของไมโครซอฟท์ ซึ่งมีคำแนะนำในการจัดการข้อมูลรับรองทุกประเภท

การตรวจสอบข้อมูลรับรองผ่าน Quick Launch (ncpa.cpl)

อีกหนึ่งวิธีที่รวดเร็วและตรงไปตรงมาคือการใช้คำสั่ง ncpa.cpl ซึ่งเป็นทางลัดไปยังหน้าต่าง Network Connections เพียงกดปุ่ม Windows + R พิมพ์ ncpa.cpl แล้วกด Enter จากนั้นคุณจะเห็นรายการอะแดปเตอร์เครือข่ายทั้งหมดที่มีในเครื่อง คลิกขวาที่อะแดปเตอร์ Wi-Fi ที่คุณกำลังใช้งานอยู่ (มักจะชื่อ Wi-Fi หรือ Wireless Network Connection) แล้วเลือก Status จากนั้นคลิกที่ Wireless Properties และเลือกแท็บ Security

วิธีตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายอย่างถูกต้อง - 5

วิธีการนี้เหมือนกับการใช้ Network and Sharing Center ทุกประการ แต่ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกไป คุณจะเข้าถึงหน้าต่าง Wireless Properties ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านเมนูหลายชั้น วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาและคุ้นเคยกับการใช้คำสั่ง Run

ทั้งนี้ ข้อควรทราบคือหากคุณไม่เห็นอะแดปเตอร์ Wi-Fi ในรายการ อาจเป็นเพราะว่าไดรเวอร์ไม่ได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้อง หรือคุณกำลังใช้การเชื่อมต่อแบบ Ethernet ซึ่งในกรณีนั้น วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้ตรวจสอบรหัสผ่าน Wi-Fi ได้

ตารางเปรียบเทียบวิธีการตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่าย

วิธีการ ความยาก เครื่องมือที่ใช้ ข้อดี ข้อจำกัด
การตั้งค่า (GUI) ง่าย Settings, Network and Sharing Center ไม่ต้องใช้คำสั่ง, เหมาะมือใหม่ ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่
Command Prompt (CMD) ปานกลาง Command Prompt (Admin) ดูได้ทุกเครือข่ายที่เคยเชื่อมต่อ ต้องใช้สิทธิ์ Administrator
Credential Manager ง่าย Control Panel, Credential Manager จัดการข้อมูลรับรองอื่น ๆ ได้ ไม่แสดงรหัสผ่าน Wi-Fi โดยตรง
Quick Launch (ncpa.cpl) ง่าย Run, Network Connections รวดเร็ว, เข้าถึงโดยตรง ต้องรู้ชื่ออะแดปเตอร์

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • การแสดงรหัสผ่านเครือข่ายผ่าน GUI หรือ CMD จะทำให้รหัสผ่านปรากฏเป็นข้อความธรรมดา ดังนั้นควรทำในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ให้ผู้อื่นเห็นหน้าจอ
  • หากคุณใช้ Windows 10 เวอร์ชันเก่า เส้นทางใน Settings อาจแตกต่างเล็กน้อย ให้ลองใช้วิธี Control Panel แทน
  • สำหรับเครือข่ายองค์กรที่ใช้ระบบตรวจสอบสิทธิ์เพิ่มเติม เช่น 802.1x การใช้วิธีการข้างต้นอาจไม่สามารถแสดงรหัสผ่านได้ เนื่องจากรหัสผ่านถูกจัดการโดยเซิร์ฟเวอร์กลาง
  • ควรรักษารหัสผ่านเครือข่ายของคุณเป็นความลับ และเปลี่ยนเป็นระยะเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะหากมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้อุปกรณ์ของคุณ
  • หากคุณลืมรหัสผ่านและไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีเหล่านี้ ทางเลือกสุดท้ายคือการรีเซ็ตเราเตอร์หรือติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

บทสรุป

การตรวจสอบข้อมูลรับรองเครือข่ายหรือรหัสผ่าน Wi-Fi ใน Windows 10 และ Windows 11 สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความถนัดและสถานการณ์ของผู้ใช้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ GUI ผ่าน Network and Sharing Center ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่คุ้นเคยกับคำสั่ง ในขณะที่วิธี Command Prompt เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วและต้องการดูรหัสผ่านของเครือข่ายที่ไม่ได้เชื่อมต่ออยู่ในขณะนั้น

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือ Credential Manager ที่ช่วยจัดการข้อมูลรับรองอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับรหัสผ่าน Wi-Fi โดยตรง วิธีที่แนะนำคือการใช้ GUI หรือ CMD เนื่องจากเป็นวิธีที่ตรงจุดที่สุด หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบและจัดการข้อมูลรับรองเครือข่ายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หลายแห่ง ได้แก่ เอกสารสนับสนุนจากไมโครซอฟท์เรื่องการจัดการข้อมูลรับรองเครือข่าย คำแนะนำทางเทคนิคจากเว็บไซต์ Tecnobits เกี่ยวกับการค้นหารหัสผ่าน Wi-Fi ใน Windows 11 และคำอธิบายจาก Solvetic เกี่ยวกับตำแหน่งที่จัดเก็บข้อมูลรับรองเครือข่ายใน Windows 10 นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก WikiHow เกี่ยวกับการใช้ Credential Manager และคำแนะนำจาก Migra.tawk ในการใช้คำสั่ง CMD เพื่อค้นหารหัสผ่าน Wi-Fi ผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่แทรกไว้ในเนื้อหา

network security credential verification การยืนยันตัวตน ความปลอดภัยไอที เครือข่าย
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการศึกษาและการใช้งานอย่างปลอดภัยเท่านั้น
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
แบบฝึกออกกำลังกายง่ายๆ สำหรับทุกวัน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง