ทำไมต้องถอนการติดตั้งอัปเดต KB5074109
อัปเดตความปลอดภัย KB5074109 สำหรับ Windows 11 ที่เผยแพร่ในเดือนมกราคม 2026 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขช่องโหว่และปรับปรุงระบบ แต่กลับมีรายงานปัญหาจากผู้ใช้หลายรายว่าอัปเดตนี้ทำให้ระบบเกิดความไม่เสถียร ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และแอปพลิเคชันบางตัวทำงานผิดปกติ ไมโครซอฟท์ได้ออกมาแนะนำให้ผู้ใช้ที่ประสบปัญหาถอนการติดตั้งอัปเดตนี้ด้วยตนเองเพื่อคืนความเสถียรให้กับระบบ บทความนี้จะอธิบายวิธีการถอนการติดตั้ง KB5074109 อย่างละเอียดทั้งวิธีการทั่วไปและวิธีการขั้นสูง รวมถึงข้อควรระวังหลังการดำเนินการ
วิธีการถอนการติดตั้งผ่านการตั้งค่า Windows
วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปคือการใช้เมนูการตั้งค่า Windows โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้

- เปิดเมนู Start แล้วเลือกไอคอนรูปเฟืองเพื่อเปิดการตั้งค่า
- คลิกที่ Windows Update ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือของหน้าต่าง
- เลือก Update history ในพื้นที่ด้านขวา
- เลื่อนลงไปที่ภายใต้ Related settings คลิก Uninstall updates
- ในรายการอัปเดตที่ติดตั้งไว้ ให้ค้นหา KB5074109 คลิกเลือกแล้วกด Uninstall
- ยืนยันการดำเนินการเมื่อมีข้อความถาม และคลิก Uninstall อีกครั้ง
- หลังจากกระบวนการเสร็จสิ้น ระบบจะแจ้งให้รีสตาร์ทเครื่อง เลือก Restart now
เมื่อรีสตาร์ทเสร็จ อัปเดต KB5074109 จะถูกนำออกจากระบบ การทำงานของเครื่องควรกลับมาเป็นปกติ หากยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงสามารถลองใช้วิธีอื่นได้
วิธีการถอนการติดตั้งผ่านแผงควบคุม
อีกทางเลือกหนึ่งคือใช้แผงควบคุมแบบคลาสสิก ซึ่งผู้ใช้ Windows รุ่นเก่าอาจคุ้นเคยมากกว่า โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

เปิดแผงควบคุมโดยพิมพ์ Control Panel ในช่องค้นหาของทาสก์บาร์ จากนั้นเลือก Programs จากนั้นเลือก Programs and Features จากนั้นคลิก View installed updates ทางด้านซ้ายมือ เมื่อรายการอัปเดตปรากฏขึ้น ให้หา KB5074109 คลิกขวาที่รายการนั้นแล้วเลือก Uninstall ยืนยันการดำเนินการและรีสตาร์ทเครื่องตามคำแนะนำ วิธีนี้ให้ผลลัพธ์เหมือนกับวิธีแรก แต่อาจสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้แผงควบคุมเป็นประจำ
วิธีการขั้นสูงโดยใช้คำสั่ง Command Prompt
ในกรณีที่วิธีการผ่าน GUI ไม่สามารถใช้งานได้หรือเกิดข้อผิดพลาด ผู้ใช้สามารถใช้ Command Prompt ในฐานะผู้ดูแลระบบเพื่อบังคับถอนการติดตั้งได้ มีสองคำสั่งหลักที่นิยมใช้

คำสั่งแรกคือ wusa /uninstall /kb:5074109 ให้เปิด Command Prompt โดยคลิกขวาที่ปุ่ม Start เลือก Terminal (Admin) หรือ Command Prompt (Admin) พิมพ์คำสั่งดังกล่าวแล้วกด Enter ระบบจะเริ่มกระบวนการถอนการติดตั้งซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่ เมื่อเสร็จแล้วให้รีสตาร์ทเครื่อง
คำสั่งที่สองคือ dism /online /remove-package /packagename:Package_for_RollupFix~31bf3856ad364e35~amd64~~22621.26200.7623.1 อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบชื่อแพ็กเกจที่แน่นอนก่อน โดยใช้คำสั่ง dism /online /get-packages เพื่อค้นหารายการแพ็กเกจทั้งหมด คัดลอกชื่อที่ตรงกับ KB5074109 มาใช้ให้ถูกต้อง วิธีนี้ซับซ้อนกว่าแต่มักได้ผลเมื่อวิธีอื่นล้มเหลว

| วิธี | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| การตั้งค่า Windows | ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้คำสั่ง | อาจใช้เวลาในการค้นหา |
| แผงควบคุม | คุ้นเคยสำหรับผู้ใช้รุ่นเก่า | ขั้นตอนเยอะกว่าเล็กน้อย |
| Command Prompt | บังคับถอนการติดตั้งได้ แม้ GUI ล้มเหลว | ต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบ อาจเกิดข้อผิดพลาดหากชื่อแพ็กเกจผิด |
ข้อควรระวังหลังการถอนการติดตั้ง
หลังจากถอนการติดตั้ง KB5074109 สำเร็จ ระบบจะกลับไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้า ซึ่งอาจเสี่ยงต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อัปเดตนี้ตั้งใจแก้ไข ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังและติดตั้งอัปเดตถัดไปเมื่อไมโครซอฟท์ปล่อยแพตช์ที่แก้ไขปัญหาแล้ว
นอกจากนี้ เนื่องจาก Windows Update ตั้งค่าให้ติดตั้งอัปเดตโดยอัตโนมัติ KB5074109 อาจถูกติดตั้งซ้ำอีกครั้งในการอัปเดตครั้งต่อไป เพื่อป้องกันเหตุการณ์นี้ คุณสามารถหยุดการอัปเดตชั่วคราวได้โดยไปที่การตั้งค่า Windows Update แล้วเลือก Pause updates for 1 week ซึ่งจะให้เวลาประมาณ 7 วันก่อนที่ระบบจะอัปเดตอีกครั้ง โดยสามารถขยายระยะเวลาได้ตามต้องการ

ปัญหาที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข
บางครั้งผู้ใช้ไม่พบ KB5074109 ในรายการอัปเดตที่ติดตั้งไว้ สาเหตุอาจเกิดจากการที่อัปเดตถูกถอนออกไปก่อนแล้ว หรือถูกซ่อนโดยนโยบายกลุ่ม หากเป็นกรณีแรก ให้ตรวจสอบใน Update history ว่ามีรายการนี้หรือไม่ ถ้าไม่พบ อาจต้องใช้วิธีสแกนหา Windows Update อีกครั้งแล้วดูว่า KB5074109 ถูกนำกลับเข้ามาหรือไม่
อีกปัญหาคือคำสั่ง wusa หรือ dism ไม่ทำงาน มักเกิดจากสิทธิ์ไม่เพียงพอหรือชื่อแพ็กเกจไม่ถูกต้อง ควรเปิด Command Prompt ในฐานะผู้ดูแลระบบเสมอ และตรวจสอบชื่อแพ็กเกจด้วย dism /online /get-packages ก่อนใช้คำสั่ง remove-package หากยังคงล้มเหลว อาจต้องบูตเครื่องใน Safe Mode แล้วลองอีกครั้ง ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาสามารถอ่านได้จาก คำตอบอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ที่อธิบายขั้นตอนโดยละเอียด
สรุปและข้อแนะนำ
การถอนการติดตั้งอัปเดต KB5074109 เป็นมาตรการที่ไมโครซอฟท์แนะนำสำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบจากบั๊กที่ทำให้ระบบทำงานผิดปกติ โดยวิธีการที่นำเสนอทั้งสามแบบ ได้แก่ การใช้การตั้งค่า Windows แผงควบคุม และ Command Prompt ล้วนมีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับความถนัดและสถานการณ์ของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพราะการถอนการติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยอาจทำให้ระบบเสี่ยงต่อภัยคุกคามชั่วคราว ติดตามข่าวสารจากไมโครซอฟท์และอัปเดตระบบเมื่อมีแพตช์ใหม่ที่แก้ไขปัญหาแล้ว
สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านประสบการณ์และคำแนะนำจากผู้ใช้รายอื่น บทความจาก Windows Central ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับวิกฤตการอัปเดตครั้งนี้ และวิธีการจัดการในสถานการณ์จริง
เอกสารอ้างอิง
ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือดังนี้
- Microsoft Support (Q&A) – How to delete Windows Update KB5074109
- Windows Central – Microsoft urges the uninstallation of KB5074109. Here's how.
- PC Guia – Caos nas atualizações do Windows obriga a correções de emergência





