วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ

ทำไมต้องเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ

การใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าจอหลายจอในปัจจุบันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ทำงานด้านกราฟิก การตัดต่อวิดีโอ เล่นเกม หรือทำงานที่ต้องการพื้นที่การแสดงผลกว้าง แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือระบบปฏิบัติการหรือเครื่องคอมพิวเตอร์อาจกำหนดการ์ดจอที่ไม่เหมาะสมให้กับแต่ละจอภาพ เช่น ใช้การ์ดจอในตัว CPU ที่มีความสามารถต่ำสำหรับจอที่ใช้แสดงผลงานกราฟิกหนัก หรือใช้การ์ดจอแยกที่มีประสิทธิภาพสูงกับจอที่ใช้ดูวิดีโอธรรมดา ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบลดลง สิ้นเปลืองพลังงาน และอาจทำให้เกิดอาการกระตุกหรือภาพไม่คมชัด

การเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอจึงเป็นวิธีการปรับแต่งระบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคุณสามารถกำหนดให้จอภาพหลักใช้การ์ดจอแยกสำหรับงานหนัก และให้จอภาพรองใช้การ์ดจอในตัวสำหรับงานเบา เพื่อลดภาระการทำงานของระบบและประหยัดพลังงาน บทความนี้จะอธิบายวิธีการต่างๆ ทั้งในระบบปฏิบัติการ Windows การตั้งค่า BIOS หรือ UEFI และการตั้งค่าจากซอฟต์แวร์ควบคุมการ์ดจอโดยตรง โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

วิธีการเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอใน Windows 10 และ Windows 11

Windows เวอร์ชัน 10 และ 11 มีฟังก์ชันในตัวที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดการ์ดจอที่ต้องการใช้สำหรับแอปพลิเคชันแต่ละตัว ซึ่งส่งผลต่อการแสดงผลบนหน้าจอที่แอปนั้นทำงานอยู่ วิธีการนี้ทำได้ผ่านเมนู การตั้งค่ากราฟิก โดยมีขั้นตอนดังนี้

วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ - 1

เปิดเมนู Start และเลือก Settings หรือกดปุ่ม Windows + I จากนั้นไปที่ System และเลือก Display เลื่อนลงมาที่ Graphics settings ใน Windows 11 จะอยู่ใต้หัวข้อ Related settings เมื่อคลิกที่ Graphics settings คุณจะเห็นรายการแอปพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ คุณสามารถเพิ่มแอปที่ต้องการกำหนดค่าได้โดยคลิก Browse แล้วเลือกไฟล์ .exe ของแอปนั้น หลังจากเพิ่มแอปแล้ว คลิกที่ Options และเลือกโหมดการทำงาน

  • เลือก Power saving เพื่อใช้การ์ดจอในตัว CPU สำหรับแอปที่ทำงานเบา เช่น เบราว์เซอร์ โปรแกรมสำนักงาน
  • เลือก High performance เพื่อใช้การ์ดจอแยกประสิทธิภาพสูงสำหรับแอปที่ต้องการกราฟิกหนัก เช่น เกม โปรแกรมตัดต่อ
  • เลือก Let Windows decide สำหรับให้ระบบเลือกการ์ดจอให้อัตโนมัติ

การตั้งค่านี้ใช้ได้กับทั้ง Windows 10 และ Windows 11 แต่ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้จะทำงานเมื่อแอปพลิเคชันนั้นถูกเปิดและทำงานบนหน้าจอที่คุณต้องการ หากคุณมีหลายจอและต้องการให้แอปบางตัวใช้การ์ดจอเฉพาะบนจอใดจอหนึ่ง คุณต้องตรวจสอบว่าแอปนั้นถูกย้ายไปอยู่บนจอเป้าหมายก่อนเริ่มใช้งาน

การตั้งค่าใน BIOS หรือ UEFI เพื่อเปลี่ยนการ์ดจอหลักของระบบ

หากคุณต้องการเปลี่ยนการ์ดจอที่ใช้เป็นหลักสำหรับการบูตเครื่องหรือการแสดงผลตั้งแต่เริ่มต้น Windows การตั้งค่าใน BIOS หรือ UEFI เป็นทางเลือกที่ทรงพลังกว่า โดยเฉพาะในเครื่องที่ใช้การ์ดจอในตัว CPU ร่วมกับการ์ดจอแยก ขั้นตอนการเข้า BIOS จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อของเมนบอร์ดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปคุณสามารถกดปุ่ม Del, F2, F10 หรือ Esc ในขณะที่เครื่องเริ่มบูต

วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ - 2

เมื่อเข้า BIOS ให้มองหาหัวข้อที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ในตัวหรือการตั้งค่ากราฟิก เช่น Integrated Peripherals, Advanced, หรือ Video Settings ภายในนั้นจะมีตัวเลือกให้เลือกว่าต้องการใช้การ์ดจอใดเป็นหลักสำหรับการแสดงผล ตัวอย่างเช่น ในเครื่อง Dell คุณอาจเห็นตัวเลือก Graphics Configurations ซึ่งคุณสามารถเลือก Discret Graphics หรือ PCIe Graphics เพื่อให้การ์ดจอแยกเป็นหลัก หรือเลือก IGD เพื่อปิดการใช้งานการ์ดจอแยกและใช้การ์ดจอในตัวเพียงอย่างเดียว

สำหรับการเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอในระดับ BIOS นั้น ไม่มีตัวเลือกโดยตรงที่กำหนดให้จอภาพแต่ละจอใช้การ์ดจอต่างกัน เนื่องจากการตั้งค่า BIOS เป็นการเลือกว่า GPU ใดจะถูกใช้เป็นตัวหลักสำหรับระบบทั้งหมด แต่คุณสามารถใช้วิธีนี้ร่วมกับการตั้งค่าใน Windows เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น หากคุณตั้ง BIOS ให้ใช้การ์ดจอแยกเป็นหลัก จอภาพทั้งสองจอที่เชื่อมต่อกับการ์ดจอแยกจะใช้ GPU เดียวกัน จากนั้นคุณใช้การตั้งค่า Windows เพื่อลดภาระของแอปที่ไม่จำเป็นบนจอที่สอง

การใช้ NVIDIA Control Panel สำหรับการ์ดจอ NVIDIA

สำหรับผู้ใช้การ์ดจอ NVIDIA โดยเฉพาะรุ่น Quadro หรือรุ่นสำหรับเวิร์กสเตชัน คุณสามารถใช้ NVIDIA Control Panel เพื่อกำหนดการ์ดจอที่ต้องการสำหรับแอปพลิเคชันหรือจอภาพได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในรุ่น GeForce สำหรับเกม เมนูการเลือก GPU ทั่วไปอาจไม่แสดงเหมือนรุ่น Quadro วิธีการคือคลิกขวาบนเดสก์ท็อปแล้วเลือก NVIDIA Control Panel จากนั้นไปที่ Manage 3D Settings

วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ - 3

ภายใต้ Global Settings คุณสามารถเลือก preferred graphics processor โดยมีตัวเลือกเช่น Auto-select, High-performance NVIDIA processor, หรือ Integrated graphics การเลือกที่ระดับ Global จะส่งผลต่อทุกแอปพลิเคชันบนทุจจอภาพ แต่คุณสามารถคลิกที่แท็บ Program Settings เพื่อเลือกเฉพาะแอปที่ต้องการปรับแต่ง ซึ่งคล้ายกับฟังก์ชันใน Windows แต่มีความละเอียดมากกว่า เนื่องจากสามารถปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ของการ์ดจอได้

สำหรับจอภาพแต่ละจอโดยตรง NVIDIA Control Panel ในรุ่นทั่วไปไม่มีตัวเลือกที่ชัดเจนในการระบุว่าให้จอใดใช้ GPU ใด การทำงานของ GPU จะอิงกับสายที่เสียบเข้ากับการ์ดจอ หากคุณเสียบจอภาพสองจอเข้ากับการ์ดจอ NVIDIA ตัวเดียวกัน จอทั้งสองจะใช้ GPU นั้นเสมอ ดังนั้นในทางปฏิบัติ การกำหนดให้จอหนึ่งใช้การ์ดจอแยกและอีกจอใช้การ์ดจอในตัวจำเป็นต้องเชื่อมต่อสายของจอเหล่านั้นเข้ากับพอร์ตของ GPU ที่แตกต่างกัน

การเชื่อมต่อทางกายภาพและผลต่อการกำหนดการ์ดจอ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ใช้หลายคนมองข้ามคือการเชื่อมต่อสายสัญญาณจากจอภาพไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ หากคุณต้องการให้จอภาพบางจอใช้การ์ดจอแยกและบางจอใช้การ์ดจอในตัว คุณต้องเสียบสายของจอภาพที่ต้องการให้ใช้การ์ดจอแยกเข้ากับพอร์ตที่อยู่บนการ์ดจอแยกโดยตรง และเสียบสายของจอภาพที่ต้องการให้ใช้การ์ดจอในตัวเข้ากับพอร์ตที่อยู่บนเมนบอร์ด ซึ่งพอร์ตบนเมนบอร์ดมักเป็น HDMI, DisplayPort หรือ VGA ที่เชื่อมต่อกับ GPU ในตัวของ CPU

วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ - 4

เมื่อเชื่อมต่อสายอย่างถูกต้องแล้ว ระบบปฏิบัติการจะตรวจจับจอภาพแต่ละจอและกำหนด GPU ให้โดยอัตโนมัติ แต่คุณยังสามารถใช้การตั้งค่าใน Windows เพื่อปรับแต่งว่าแอปใดจะใช้ GPU ใดบนจอใด วิธีนี้เป็นวิธีเดียวในปัจจุบันที่ช่วยให้คุณควบคุมการ์ดจอสำหรับแต่ละหน้าจอได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาการตั้งค่า BIOS หรือซอฟต์แวร์การ์ดจอที่ซับซ้อน

ตารางเปรียบเทียบวิธีการเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอ

วิธี ระดับการควบคุม ข้อดี ข้อจำกัด
Windows Graphics Settings รองลงมา สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ต้องยุ่งกับ BIOS ควบคุมได้เฉพาะแอป ไม่ใช่จอภาพโดยตรง
BIOS/UEFI สูงสุด เปลี่ยนตัวหลักของระบบตั้งแต่เริ่มต้น ไม่สามารถเลือกต่อจอแต่ละจอ ต้องตั้งค่าทั้งระบบ
NVIDIA Control Panel กลาง ปรับพารามิเตอร์ละเอียด กำหนดค่าแยกแอปได้ ใช้ได้เฉพาะการ์ดจอ NVIDIA รุ่นที่รองรับ
การเชื่อมต่อทางกายภาพ พื้นฐาน มั่นใจได้ว่า GPU ใดทำงานกับจอใด ต้องมีพอร์ตที่รองรับ และทำตามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์

ข้อควรระวังในการเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอ

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยนการ์ดจอที่ใช้สำหรับแต่ละจอภาพ มีข้อควรระวังหลายประการเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือการตั้งค่าใน Windows Graphics Settings อาจไม่สามารถทำงานได้เสมอไปหากไดรเวอร์ของการ์ดจอไม่ได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้อง หรือหากแอปพลิเคชันนั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานบน GPU เฉพาะเท่านั้น นอกจากนี้หากคุณใช้จอภาพที่มีอัตรารีเฟรชหรือความละเอียดสูง การเชื่อมต่อจอภาพดังกล่าวกับการ์ดจอในตัวอาจทำให้ประสิทธิภาพในการแสดงผลลดลง เนื่องจาก GPU ในตัวไม่รองรับความสามารถระดับสูง

อีกประเด็นสำคัญคือการระบายความร้อน หากคุณใช้การ์ดจอแยกทำงานหนักบนจอใดจอหนึ่ง และการ์ดจอในตัวทำงานเบาบนอีกจอหนึ่ง ระบบระบายความร้อนต้องได้รับการออกแบบให้รองรับการกระจายความร้อนที่แตกต่างนี้ ในคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊ก การใช้การ์ดจอแยกอย่างต่อเนื่องบนจอใดจอหนึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและส่งผลต่ออายุการใช้งาน ควรตรวจสอบอุณหภูมิของระบบเป็นระยะ

วิธีเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอ - 5

การตั้งค่าเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานหลายจอภาพ

นอกจากการเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจอแล้ว การตั้งค่าการแสดงผลหลายจอภาพใน Windows ยังมีตัวเลือกอื่นที่ช่วยให้คุณจัดการจอภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดเรียงตำแหน่งจอภาพในเมนู Display settings เพื่อให้เมาส์เลื่อนระหว่างจอได้อย่างถูกต้อง การตั้งค่าจอภาพหลักที่ใช้แสดงเดสก์ท็อปหลัก และการปรับขนาดข้อความหรือความละเอียดให้เหมาะสมกับแต่ละจอภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับการตั้งค่าการ์ดจอที่คุณเลือก

นอกจากนี้ในบางกรณี คุณอาจต้องการใช้ซอฟต์แวร์เพิ่มเติมเพื่อควบคุมการ์ดจอและจอภาพโดยละเอียดมากขึ้น เช่น ซอฟต์แวร์จาก AMD หรือ Intel สำหรับการ์ดจอของตนเอง ซึ่งมีฟังก์ชันคล้ายกับ NVIDIA Control Panel แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป วิธีการที่แนะนำคือการตั้งค่าใน Windows ร่วมกับการเชื่อมต่อทางกายภาพที่ถูกต้อง เพราะเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนและสามารถปรับแต่งได้เพียงพอกับความต้องการพื้นฐาน

แนวทางการแก้ไขปัญหาเมื่อเปลี่ยนการ์ดจอไม่สำเร็จ

บางครั้งผู้ใช้พบว่าหลังจากตั้งค่าการ์ดจอให้กับแอปหรือจอภาพแล้ว การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น อาจเป็นเพราะสาเหตุต่างๆ เช่น ไดรเวอร์การ์ดจอไม่เป็นเวอร์ชันล่าสุด ระบบปฏิบัติการไม่ได้รับการอัปเดต หรือแอปพลิเคชันนั้นมีค่าเริ่มต้นที่ไม่ยอมให้เปลี่ยน GPU ได้ ให้ลองอัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอจากเว็บไซต์ของผู้ผลิต ตรวจสอบการอัปเดต Windows และลองรีสตาร์ทเครื่องก่อนตรวจสอบผลลัพธ์อีกครั้ง

เมื่อใช้งานหลายจอภาพและเชื่อมต่อสายสัญญาณไม่ถูกต้อง เช่น เสียบจอภาพทั้งสองจอเข้ากับการ์ดจอแยก แต่ต้องการให้จอหนึ่งใช้การ์ดจอในตัว ระบบจะไม่สามารถแยก GPU ให้กับจอภาพนั้นได้เพราะไม่มีสายเชื่อมต่อกับ GPU ในตัว ในกรณีนี้ต้องเปลี่ยนสายไปเสียบที่พอร์ตของเมนบอร์ด หากพอร์ตบนเมนบอร์ดไม่มีหรือไม่รองรับความละเอียดที่ต้องการ อาจต้องพิจารณาใช้ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม เช่น อะแดปเตอร์แปลงสัญญาณ หรือเปลี่ยนการ์ดจอที่รองรับจอภาพหลายจอแบบแยก GPU

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้รวบรวมจากแหล่งที่มาเชื่อถือได้หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงเอกสารสนับสนุนจาก Microsoft สำหรับการใช้หลายจอภาพใน Windows และคำแนะนำจาก Dell สำหรับการสลับระหว่างการ์ดจอในตัวและการ์ดจอแยกในโน้ตบุ๊ก นอกจากนี้ยังอ้างอิงจากเอกสารของ NVIDIA เกี่ยวกับการจัดการการตั้งค่า 3D ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดค่า GPU ในระบบเวิร์กสเตชัน โดยแหล่งที่มาเหล่านี้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันสำหรับการปรับเปลี่ยนการ์ดจอที่กำหนดให้กับหน้าจอแต่ละจออย่างมีประสิทธิภาพ

การ์ดจอ หน้าจอหลายจอ ตั้งค่าจอ ไดรเวอร์ การแสดงผล GPU
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้ใช้เพื่ออ้างอิงเบื้องต้น ควรตรวจสอบคู่มืออุปกรณ์และไดรเวอร์ของผู้ผลิต
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
วิธีแก้ไขนโยบายกลุ่มอย่างง่ายใน Windows ใช้งานได้จริง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง