วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน

ทำความรู้จักกับการบีบอัดไดรฟ์เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ

ปัญหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไม่เพียงพอบนคอมพิวเตอร์เป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่หรือติดตั้งโปรแกรมจำนวนมาก หนึ่งในวิธีที่ช่วยบรรเทาปัญหานี้โดยไม่ต้องลบไฟล์หรือเพิ่มฮาร์ดแวร์คือการบีบอัดไดรฟ์ การบีบอัดไดรฟ์ในระบบปฏิบัติการ Windows ใช้ฟีเจอร์ที่เรียกว่า NTFS compression ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดขนาดไฟล์และโฟลเดอร์บนดิสก์ที่ใช้ระบบไฟล์ NTFS โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม วิธีการนี้ทำงานโดยการบีบอัดข้อมูลแบบโปร่งใส หมายความว่าผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงและใช้งานไฟล์ได้ตามปกติ แต่ระบบจะจัดการการบีบอัดและขยายข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อมีการอ่านหรือเขียน

การบีบอัดไดรฟ์มีประโยชน์อย่างมากสำหรับไฟล์ประเภทที่ไม่ถูกบีบอัดมาก่อน เช่น เอกสารข้อความ ไฟล์สเปรดชีต ไฟล์โปรเจกต์ซอฟต์แวร์ หรือไฟล์ข้อความล็อก ซึ่งมักจะมีขนาดลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่สำหรับไฟล์ที่มีการบีบอัดในตัวอยู่แล้ว เช่น ไฟล์ภาพ JPEG ไฟล์วิดีโอ MP4 หรือไฟล์เสียง MP3 การบีบอัดเพิ่มเติมอาจไม่ได้ช่วยลดขนาดลงมากนัก ในบางกรณีอาจทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากการทำงานของระบบ ในบทความนี้เราจะอธิบายวิธีการบีบอัดไดรฟ์แบบละเอียด ทั้งการบีบอัดทั้งไดรฟ์ การบีบอัดเฉพาะโฟลเดอร์ และการใช้คำสั่งใน Command Prompt เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน - 1

วิธีการบีบอัดไดรฟ์ผ่านคุณสมบัติของไดรฟ์

วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดในการบีบอัดไดรฟ์คือการใช้หน้าต่าง Properties ของไดรฟ์ ก่อนอื่นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไดรฟ์ที่คุณต้องการบีบอัดใช้ระบบไฟล์ NTFS เพราะฟีเจอร์นี้ไม่สามารถใช้กับระบบไฟล์ FAT32 หรือ exFAT ซึ่งมักพบในไดรฟ์ USB หรือการ์ดหน่วยความจำ ในการตรวจสอบให้คลิกขวาที่ไดรฟ์ใน File Explorer เลือก Properties จากนั้นดูที่หัวข้อ File system หากแสดงเป็น NTFS คุณก็สามารถดำเนินการต่อได้

ขั้นตอนการบีบอัดไดรฟ์ทั้งหมดมีดังนี้: คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่ต้องการ (เช่น ไดรฟ์ D: หรือ E:) เลือก Properties ในแท็บ General ให้มองหาตัวเลือก Compress this drive to save disk space แล้วทำเครื่องหมายถูก จากนั้นคลิก OK หรือ Apply ระบบจะถามว่าคุณต้องการใช้การบีบอัดกับไฟล์และโฟลเดอร์ย่อยทั้งหมดหรือไม่ ให้เลือก Yes เพื่อเริ่มกระบวนการบีบอัด โปรดทราบว่าการบีบอัดไดรฟ์ทั้งตัวอาจใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับขนาดของไดรฟ์และจำนวนไฟล์ ระบบจะแสดงแถบความคืบหน้าระหว่างการทำงาน คุณสามารถทำงานอื่นต่อไปได้ แต่ประสิทธิภาพของระบบอาจช้าลงชั่วคราว

วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน - 2

เมื่อการบีบอัดเสร็จสมบูรณ์ ไฟล์และโฟลเดอร์บนไดรฟ์นั้นจะถูกบีบอัดโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือคุณไม่ต้องจัดการอะไรเพิ่มเติม แต่ข้อควรระวังคือการบีบอัดอาจทำให้ประสิทธิภาพการอ่านและเขียนลดลงเล็กน้อย โดยเฉพาะในระบบที่มี CPU ที่ช้าหรือเมื่อทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่ ตามข้อมูลจาก บทความจาก TechTudo การบีบอัดไดรฟ์ทั้งตัวเหมาะสำหรับไดรฟ์ที่ใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องเข้าถึงบ่อย เช่น ไดรฟ์สำหรับเก็บเอกสารสำรองหรือไฟล์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

การบีบอัดเฉพาะโฟลเดอร์เพื่อควบคุมพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณไม่ต้องการบีบอัดทั้งไดรฟ์ คุณสามารถเลือกบีบอัดเฉพาะโฟลเดอร์ที่ต้องการ ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ความยืดหยุ่นมากกว่าและลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบโดยรวม ขั้นตอนคล้ายกับการบีบอัดไดรฟ์ แต่ทำที่ระดับโฟลเดอร์ คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่คุณต้องการบีบอัด เลือก Properties จากนั้นคลิกปุ่ม Advanced ที่อยู่ใต้แท็บ General ในหน้าต่าง Advanced Attributes ให้ทำเครื่องหมายที่ Compress contents to save disk space แล้วคลิก OK จากนั้นคลิก OK อีกครั้งในหน้าต่าง Properties ระบบจะถามว่าคุณต้องการใช้การบีบอัดกับโฟลเดอร์ย่อยและไฟล์ทั้งหมดภายในโฟลเดอร์นั้นหรือไม่ เลือก Apply changes to this folder, subfolders and files เพื่อบีบอัดทุกอย่าง

วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน - 3

การบีบอัดเฉพาะโฟลเดอร์มีข้อดีคือคุณสามารถเลือกเฉพาะไฟล์ที่เหมาะสมกับการบีบอัด เช่น โฟลเดอร์ที่เก็บเอกสาร ไฟล์ข้อความ หรือไฟล์โปรเจกต์โค้ด ซึ่งมักจะได้ประโยชน์จากการบีบอัดมากที่สุด ในขณะที่โฟลเดอร์ที่มีไฟล์มัลติมีเดียหรือไฟล์ที่บีบอัดแล้ว คุณสามารถปล่อยไว้ไม่บีบอัดเพื่อรักษาประสิทธิภาพ วิธีนี้ยังช่วยให้คุณสามารถทดลองบีบอัดเพียงบางส่วนก่อนตัดสินใจขยายไปยังไดรฟ์ทั้งหมด ข้อควรจำคือการบีบอัดโฟลเดอร์จะใช้ได้เฉพาะกับไดรฟ์ที่ใช้ระบบไฟล์ NTFS เท่านั้น

การใช้คำสั่ง Compact ใน Command Prompt สำหรับผู้ใช้ขั้นสูง

สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมการบีบอัดอย่างละเอียดหรือต้องการทำงานอัตโนมัติ การใช้คำสั่ง compact ใน Command Prompt หรือ PowerShell เป็นตัวเลือกที่ทรงพลัง เปิด Command Prompt ในฐานะ Administrator โดยคลิกขวาที่ปุ่ม Start แล้วเลือก Command Prompt (Admin) หรือ Windows PowerShell (Admin) จากนั้นคุณสามารถใช้คำสั่งต่างๆ ได้

วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน - 4

คำสั่งพื้นฐานที่สำคัญคือ compact /compactos:always ซึ่งใช้เปิดการบีบอัดสำหรับไฟล์ระบบปฏิบัติการบางส่วน โดยเฉพาะไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Windows และ Program Files วิธีนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากโดยไม่กระทบการทำงานปกติมากนัก ถ้าคุณต้องการตรวจสอบสถานะว่าการบีบอัดระบบเปิดอยู่หรือไม่ ให้ใช้คำสั่ง compact /compactos:query ระบบจะแสดงผลลัพธ์เช่น "The system is in the Compact state" หรือ "The system is not in the Compact state"

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งสำหรับบีบอัดไดรฟ์หรือโฟลเดอร์เฉพาะ เช่น compact /s:"C:\MyFolder" /c /i /q เพื่อบีบอัดไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ MyFolder โดยไม่แสดงข้อความรายละเอียดมากเกินไป คำสั่งนี้มีตัวเลือกเพิ่มเติมมากมายที่คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก คำแนะนำจาก Olhar Digital ซึ่งอธิบายการใช้ compact เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างโดยไม่ต้องลบไฟล์ ข้อดีของการใช้ Command Prompt คือคุณสามารถสร้างสคริปต์เพื่อบีบอัดหลายโฟลเดอร์พร้อมกัน หรือตั้งเวลาให้ทำงานอัตโนมัติผ่าน Task Scheduler

วิธีบีบอัดไดรฟ์แบบง่าย ทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน - 5

ข้อควรระวังและข้อจำกัดในการบีบอัดไดรฟ์

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจบีบอัดไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ มีข้อควรระวังหลายประการที่คุณควรทราบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

  • การบีบอัดอาจทำให้ประสิทธิภาพการเข้าถึงไฟล์ช้าลง โดยเฉพาะในระบบที่มี CPU ที่ไม่เร็วมากหรือเมื่อทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการบีบอัดและขยายข้อมูลทุกครั้งที่มีการอ่านหรือเขียน
  • ไม่เหมาะกับไฟล์ที่ถูกบีบอัดในตัวอยู่แล้ว เช่น ไฟล์ JPEG, PNG, MP3, MP4 หรือ ZIP การบีบอัดเพิ่มเติมอาจไม่ช่วยลดขนาดหรือทำให้ไฟล์ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
  • การบีบอัดไดรฟ์ทั้งตัวอาจทำให้การสำรองข้อมูลหรือการกู้คืนระบบยุ่งยากขึ้น เนื่องจากซอฟต์แวร์บางตัวอาจไม่รองรับไฟล์ที่ถูกบีบอัดแบบ NTFS อย่างถูกต้อง
  • ไม่สามารถใช้กับไดรฟ์ที่ใช้ระบบไฟล์ FAT32 หรือ exFAT ได้ ต้องแปลงเป็น NTFS ก่อน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลสูญหายหากทำไม่ถูกต้อง
  • การบีบอัดไฟล์ระบบปฏิบัติการบางไฟล์อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหาเสถียรภาพ โดยเฉพาะใน Windows รุ่นเก่า ควรใช้คำสั่ง compact /compactos:always อย่างระมัดระวัง
  • หากคุณต้องการย้ายไฟล์จากไดรฟ์ที่บีบอัดไปยังไดรฟ์อื่นที่ไม่รองรับการบีบอัด ไฟล์นั้นจะถูกขยายขนาดกลับเป็นปกติ ซึ่งอาจใช้เวลานานและใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น

ตารางเปรียบเทียบวิธีการบีบอัดไดรฟ์

เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมของแต่ละวิธี เราได้รวบรวมตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการบีบอัดในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

บีบอัดไดรฟ์ ดิสก์ พื้นที่เก็บข้อมูล ลดขนาดไฟล์ Windows การจัดการไฟล์
ข้อควรระวัง ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการแนะนำทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างตามระบบและการตั้งค่า
ผู้เขียน

Stefano Barcellos

ผู้ร่วมเขียนที่ Visite Barbados

« โพสต์ก่อนหน้า
วิธีเปิดไฟล์ XDF แบบง่ายๆ ใช้งานได้จริง
วิธีการ ระดับการบีบอัด ความสะดวกในการใช้งาน ผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ความเหมาะสม
บีบอัดทั้งไดรฟ์ผ่าน Properties เต็มรูปแบบทั้งไดรฟ์ สูงมาก เพียงไม่กี่คลิก ปานกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับขนาดไดรฟ์ ไดรฟ์ที่เก็บข้อมูลไม่ค่อยได้ใช้
บีบอัดเฉพาะโฟลเดอร์ผ่าน Properties เฉพาะโฟลเดอร์ที่เลือก สูง คลิกขวาและเลือก ต่ำ ควบคุมได้เฉพาะจุด